คำเตือน!!!

 

นิยายแนว Yaoi 

 หมายถึง ชายกะชาย 

 ฉะนั้น ใครไม่ชอบกรุณากดข้ามไปนะคร้า ไม่ว่ากัน

แต่หากหลงเข้ามาแล้วชอบ คอมเม้นกันสักนิดก็จะขอบคุณคร้า

 

.....................................

 

 

 

P.1

 

 

เสียงกริ่งดังขึ้นบ่งบอกเวลาเริ่มเรียนคาบเรียนแรกของโรงเรียนมีชื่อแห่งหนึ่ง ทำให้นักเรียนปี 4 ห้อง A ที่ส่งเสียงคุยกันเสียงดังต้องรีบนั่งประจำที่ของตัวเอง ผิดกับเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่นั่งเงียบๆ ประจำโต๊ะของตัวเอง ทอดสายตาเหม่อลอยผ่านกรอบแว่นหนาเต๊อะ มองดูเด็กคนอื่นๆ รีบวิ่งเข้าชั้นเรียน แต่ถึงกระนั้นบนโต๊ะก็เตรียมพร้อมสำหรับชั่วโมงเรียนเสมอ


ตึง!!!



เสียงเท้าใครสักคนเตะเก้าอี้ที่มัสซีนั่งอยู่ จนเจ้าตัวสะดุ้งหลุดจากภวังค์ เจ้าตัวจึงหันไปส่งสายตาดุให้แก่ผู้กระทำ แต่เหมือนจะไม่ทำให้คนกระทำรู้สึกกลัวเลยสักนิด แถมยังยักคิ้วเจ้าเล่ห์บวกส่งรอยยิ้มกวนตอบกลับมาอีก จนมัสซีต้องหันหน้าหนี เพราะไม่อยากมีเรื่องให้เสียภาพพจน์เด็กเรียนที่ตัวเองสร้างภาพไว้อย่างดี แม้ในใจจะเริ่มรู้สึกรำคาญนิดๆ



ตึง!!!  ตึง!!!!!!!!!!



"กำลังคิดจะทำอะไรอยู่  แต่อย่าทำอะไรดีกว่าน่ะ ฉันไม่ยอมให้นายทำแน่ๆ" เสียงพูดเบาๆ จากคนนั่งข้างหลัง แม้จะเป็นเสียงกระซิบ แต่คนฟังได้ยินก็รู้สึกหงุดหงิดและรำคาญ  คิ้วเรียวยาวสวยได้รูปต้องขมวดชนกันด้วยความหงุดหงิด จนมัสซีเริ่มควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่ หันไปโต้ตอบทันควัน แต่ด้วยเสียงอันเบา



"ฉันจะทำอะไร มันก็เป็นเรื่องของฉัน ไม่เกี่ยวกับนาย!!!"



"หร๊ออออออ  งั้นมาค่อยดูแล้วกันว่ามันเกี่ยวกับฉันยังไง" เสียงทุ้มของเด็กหนุ่มร่างสูงที่นั่งโต๊ะถัดจากมัสซีตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงยียวนกวนโมโห แต่สุดท้ายก็ต้องหยุดสงครามกระซิบ เพราะอาจารย์เดินเข้ามาสอนแล้ว

..........................................



เสียงกริ่งดังอีกครั้งบ่งบอกเวลาเลิกเรียน นักเรียนต่างคนต่างเก็บของลงกระเป๋า เพื่อเตรียมตัวกลับบ้าน มัสซีก็เช่นกัน


"เฮ้!!!  มัสซีหยุดคุยกันก่อน"



เสียงเรียกให้มัสซีต้องหยุดเดินออกจากห้อง แล้วหันหน้ามองต้นเสียงพร้อมดวงตาสีน้ำตาลใสที่แสดงความหงุดหงิดผ่านแว่นตาหนาเต๊อะ


"โทมัส นายมีอะไรกับฉันอีก ฉันไม่อยากมีเรื่องกับนาย ฉันจะไปห้องสมุด"  มัสซีตอบเพื่อนที่นั่งข้างหลังตัวเองที่ตอนเช้าทำสงครามกระซิบไปยังไม่รู้ผลแพ้ชนะ  พร้อมหมุนตัวเดินออกจากห้องไป



"ไม่ว่านายคิดจะทำอะไร ฉันจะหยุดนายให้ได้ คอยดูสิ"  โทมัสพูดกับตัวเองด้วยน้ำเสียงที่เป็นกังวล  โดยไม่ละสายตาจากแผ่นหลังของคนตัวเล็กที่เดินลับประตูห้องเรียนไป

...............................................


คืนนี้เป็นคืนพระจันทร์เต็มดวง ดวงตาสีแดงสดของเด็กหนุ่มคนหนึ่งจ้องมองพระจันทร์ด้วยความหลงไหลในความงดงาม  ผมยาวปะบ่าสีน้ำตาลแดงปลิวไปตามแรงลม  สายลมพัดอ่อนๆ ปะทะกับใบหน้าขาวซีด มัสซีหลับตาพริ้มหร้อมกับสูดหายใจเข้าปอดลึกๆ ด้วยความรู้สึกผ่อนคลาย  เพราะตอนนี้เค้ากำลังเป็นตัวของตัวเองมากที่สุด  ไม่หลงเหลือภาพเด็กเรียนในตอนกลางวันเลยสักนิด  ในตอนนี้ดวงตาที่เคยเป็นสีน้ำตาลใสกลับเป็นสีแดงสด   ไม่มีแว่นตาหนาเต๊อะบดบังใบหน้าหวาน  มีเขี้ยวแหลมเล็กงอกออกมา  บ่งบอกถึงเผ่าพันธุ์ของตน  เจ้าตัวอยู่ในชุดคลุมสีดำขับกับสีผิวที่ขาวจนซีดให้เห็นเด่นชัดในความมืด


"เฮ่อออออ  คืนนี้ต้องดื่มเลือดจริงๆ หรอเนี้ย"  เสียงถอนหายใจยาวยืด มัสซีบ่นกับตัวเอง แม้ในใจจะคัดค้าน แต่เพราะสายเลือดในกายเรียกร้อง เค้าต้องดื่มเลือดมนุษย์ทุกๆ คืนที่พระจันทร์เต็มดวง  เพื่อให้ตัวเองอยู่รอด  เหมือนกับการกินยาบำรุงร่างกาย ถ้าไม่ดื่มเลย เค้าก็จะตาย  ถึงแม้เค้าจะสามารถกินอาหารเช่นเดียวกับมนุษย์ได้ก็ตาม


ด้วยลักษณะเฉพาะของแวมไพร์ในการแฝงตัวในความมืด มัสซีแฝงตัวเองมองหาเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายที่จะเป็นอาหารของตนในค่ำคืนที่งดงามคืนนี้  ส่วนใหญ่แล้วเค้าจะดื่มเลือดเหยื่อเพียงเล็กน้อยโดยที่เหยื่อไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำ


ในที่สุด มัสซีก็เจอเหยื่อของตัวเอง เค้าเห็นเด็กหนุ่มคนหนึ่งกำลังเดินเข้าตรอกมืด โดยไม่รู้ว่าตนกำลังตกเป็นเหยื่อของแวมไพร์ มัสซีเดินตามอย่างรวดเร็วเข้าประชิดตัวพร้อมกับฝังเขี้ยวแหลมลงซอกคอขาวของเด็กหนุ่ม  เลือดที่ไหลออกมาส่งกลิ่นคาวคละคลุ้ง  มัสซีอดใจไม่ไหวดูดเลือดลงคออย่างรวดเร็ว  และเหมือนจะไม่สามารถหยุดยั้งตัวเองให้ละจากเหยื่อคนนี้ไปได้เหมือนเช่นที่ผ่านมา



อยู่ๆ เด็กหนุ่มที่น่าจะหมดแรงเพราะเลือดจะหมดตัวก็เอ่ยขึ้นมา  จนทำให้มัสซีต้องสะดุ้งคลายเขี้ยวที่ตนฝังไว้กับซอกคอขาว


"เลือดฉันมันอร่อยมากสินะ  จนนายกะจะดูดให้หมดตัวเลยหรือไง"



เสียงทุ้มที่ฟังคุ้นหู  มัสซีเงยหน้าขึ้นก็สบตากับสายตาเข้มเจ้าของใบหน้าที่คุ้นเคย  แม้จะดูซีดเล็กน้อยกว่าปกติ แต่สติของเหยื่อกลับมีครบ

 


"เฮ้ย!!!! นาย!!!!"  มัสซีตะโกนลั่นด้วยความตกใจ  ไม่คิดว่าเหยื่อที่ตนเลือกจะเป็นเพื่อนคู่ปรับในห้องเรียน


"เช็ดเลือดที่มุมปากหน่อยไหม  เลือดฉันมัมีค่านะ  อย่าให้เสียของสิ"  โทมัสไม่ว่าเปล่า เอื้อมมือเรียวเช็ดคราบเลือดของตัวเองที่มุมปากสวยของแวมไพร์ร่างบาง  ซึ่งตอนนี้เจ้าตัวกำลังตัวแข็งทื่อไปแล้ว



'ซวยแล้ว  ดันมาเจอไอ้บ้านี่ซะได้  ความลับฉัน  อ๊าคคคคคคคคค'  มัสซีอยากร้องตะโกนออกมาดังๆ ด้วยความโมโห เพราะความสะเพร่าของตัวเอง  ทำให้เพื่อนร่วมชั้นตัวแสบรู้ความลับที่ตนปิดบังเรื่องเผ่าพันธุ์ของตนเอง


"นาย!!!  มา.....มาอยู่ที่นี่ได้ไง  แล้ว....... แล้ว....... แล้ว ทำไมนายไม่เป็นอะไรเลยล่ะ  ฉันดูดเลือดนายตั้งเยอะ  นายน่าจะหมดสติไปแล้วสิ" มัสซีพูดตะกุกตะกัก ด้วยความตกใจผสมความสงสัยแทนที่จะรีบพาตัวเองให้พ้นจากสถานการณ์ที่เป็นอยู่ตอนนี้


ยังไม่ทันที่จะได้ฟังคำตอบ ริมฝีปากเล็กก็ถูกกดทับอย่างรวดเร็ว ด้วยความตกใจจะอ้าปากพูด แต่กลับเป็นผลให้ร่างสูงส่งลิ้นร้อนเข้าไปควานหาความหวานในโพล่งปากอิ่ม  มีรสชาติคาวเลือดปนอยู่เล็กน้อย  มือของร่างสูงกดท้ายทอยของแวมไพร์ร่างบางไม่ให้ขัดขืน  เรียวแรงที่มีมหาศาลกลับหายไปหมด  สองมือที่พยายามทุบตี ออกแรงดันอกแกร่งของร่างสูงให้ออกห่างกลับอ่อนแรงอย่างแปลกประหลาด  ดูเหมือนว่าร่างสูงจะไม่มีท่าทีจะผละออกจากริมฝีปากของร่างบาง  ซ้ำรุกรุนแรงมากขึ้น  จนร่างบางเริ่มอ่อนแรงและส่งเสียงร้องเพื่อขออากาศหายใจ  ร่างสูงจึงถอนริมฝีปากออกด้วยความเสียดาย  ยืนมองร่างบางที่ตอนนี้กำลังหอบจนหน้าแดงและพยายามคว้าอากาศเข้าเต็มปอด


"คราวนี้จำไว้  นายอย่าได้คิดไปดูดเลือดของใครอีก  นอกจากฉันคนเดียว!!!  ไม่งั้นความลับของนายจะไม่เป็นความลับอีกต่อไป"  เสียงทุ้มกึ่งข่มขู่ พูดให้ร่างบางพร้อมเดินหายไปกับความมืด ทิ้งให้แวมไพร์ร่างบางที่ทรุดลงนั่งอย่างหมดแรง  ความรู้สึกสับสนปนตกใจ  ใจเต้นรัว  ใบหน้าขึ้นสีแดงระเรื่อ  ไม่ใช่ความกลัวที่จะถูกเปิดเผยความลับว่าตนเป็นอะไร  แต่เป็นเพราะรสจูบที่ร่างสูงมอบให้เมื่อครู่ทำให้รู้สึกแปลกในอกข้างซ้าย  จนลืมคำถามที่ตนถามทิ้งไว้ตอนแรกจนหมดสิ้น


...................................................

 


เด็กหนุ่มร่างสูงทิ้งตัวลงนอนบนโซฟานุ่ม  เมื่อกลับมาถึงบ้านพร้อมรอยยิ้มอย่างมีความสุข แม้ร่างกายจะดูอ่อนเพลียเล็กน้อย  รอยเขี้ยวที่แวมไพร์ร่างบางเพื่อนร่วมชั้นของเค้าได้ฝังไว้เริ่มจางหาย  สักพักก็ไม่เหลือร่องรอยใดๆ บนซอกคอขาว



"ไปทำอะไรมา  ลูกถึงได้ดูเหนื่อยขนาดนี้เนี้ย"  เสียงหวานของผู้หญิงร่างบาง  ผมยักโศกเป็นลอนสวยสีดำเข้ม   สายตาจ้องมองลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของตน  พร้อมลูบหัวอย่างเอ็นดู



"ไม่มีอะไรหรอกครับ  แค่ไปบริจาคเลือดมานิดหน่อย"  โทมัสลืมตาตอบผู้เป็นแม่  แม้จะอายุร้อยกว่าปี  แต่ความสวยยังไม่เสื่อมคลาย



"ลูกนะหรอไปบริจาคเลือด  ไม่จริงมั้ง  ลูกไม่เคยจะยอมให้ตัวเองเจ็บเลยสักครั้ง  บอกความจริงมาแม่เดี๋ยวนี้เลย"  รีน่าพูดขึ้นโดยไม่คิดจริงจังอะไร  เพียงแค่อยากรู้ว่าใครทำให้ลูกชายตัวเองเป็นแบบนี้จนยอมเจ็บตัวเล็กๆ น้อยๆ


"โธ่......แม่คร้าบ..........ก็แค่เพื่อนที่โรงเรียนเอง  พอดีเห็นเค้ากระหายก็เลยสงเคราะห์ไปนิดหน่อยอ่ะครับ"



"กระหาย!!!...........แวมไพร์หรอลูก"  หญิงสาวตกใจเล็กน้อยเมื่อได้รู้ความจริง



โทมัสพยักหน้าหงึกหงักเล็กน้อยตอบคนเป็นแม่



"หายากนะเนี้ย  พวกเค้าไม่ค่อยจะเปิดเผยตัวตนเท่าไร  แม้ว่าพวกเราจะยอมรับการมีอยู่ของแวมไพร์  แต่มนุษย์ธรรมดาไม่รู้ว่ามีแวมไพร์ปะปนอยู่ในสังคมด้วย  ขืนรู้คงเกิดเรื่องวุ่นวายแน่ๆ  อีกอย่างเรื่องในอดีตมันก็ส่งผลให้แวมไพร์ต้องซ่อนตัวตนในสังคม  เพื่อดำรงเผ่าพันธุ์ของตนให้อยู่รอด"



โทมัสเงยหน้ามองหน้าหญิงสาวผู้เป็นแม่ของตนที่ส่งรอยยิ้มบางๆ ให้ตัวเองที่ตอนนี้ยึดตักผู้เป็นแม่หนุนแทนหมอน


"ผมไม่ยอมให้เกิดเรื่องเหมือนในอดีตหรอกครับ  และก็ไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายคนๆ นี้เด็ดขาด"  โทมัสพูดออกมาพร้อมส่งแววตาที่ดูจริงจัง


รีน่ามองหน้าลูกชายอย่างสงสัย  แต่ในใจก็คิดว่าแวมไพร์คนนี้คงจะสำคัญกับลูกชายของตัวเองมาก  จนถึงขนาดเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงที่ดูจริงจังและความรู้สึกอยากปกป้อง ห่วงแหน



"แม่ก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอกนะ  ถ้าลูกตัดสินใจแล้ว  ก็ต้องยอมรับกับสิ่งที่จะตามมา  ว่าแต่  วันหลังพามาแนะนำให้แม่รู้จักบ้างสิ  อยากเห็นหน้าว่าที่ลูกสะใภ้  คงจะน่ารักเชียว"  หญิงสาวแกล้งแซวพร้อมหยิกแก้มลูกชายตัวแสบเบาๆ  ซึ่งตอนนี้หน้าเริ่มออกสี  เขินที่โดนแซว



"แต่แม่ครับ..........เค้าเป็นผู้ชาย"  โทมัสพูดออกมาเบาๆ  หลบสายตาผู้เป็นแม่ด้วยความเขิน



 มีหรือคนหูดีอย่างรีน่าจะไม่ได้ยิน  รีน่ายิ้มน้อยๆ ลูบหัวหัวชายเบาๆ  "จะเป็นชายหรือหญิงไม่สำคัญหรอก มันสำคัญที่ว่าลูกได้ตัดสินใจรักแล้ว  แม่ก็จะรักคนๆ นั้นด้วย"  แวปหนึ่งที่ผู้เป็นแม่เผลอแสดงแววตากังวลออกมา  แต่ก็เป็นปกติทันทีที่ลูกชายมองมา



เพราะด้วยความรักลูกชาย จึงเก็บความกังวลเอาไว้ในใจ  ความรักที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้  ความรักระหว่างแวมไพร์ที่ได้ชื่อว่าปีศาจแห่งรัตติกาลกับผู้มีพลังเวทย์เป็นพ่อมดแม่มด  ดูยังไงก็ไม่น่าจะรักกันได้  ถ้าเกิดพ่อของเจ้าตัวแสบรู้เรื่องเข้าจะวุ่นวายขนาดไหน  เธอและลูกคงต้องเตรียมตัวรับมือกับเรื่องยุ่งๆ ที่จะตามมาในอนาคตอันไม่ใกล้ไม่ไกลนี้


........................................................



"กลับมาแล้วหรอครับนายน้อย"  เสียงชายหนุ่มวัยกลางคนเอ่ยทักขึ้นอย่างดีใจ  เมื่อเห็นเด็กหนุ่มร่างบางเดินเขามาในตัวบ้าน  ดวงตายังเป็นสีแดงสด  แต่เขี้ยวกลับไม่มี  พยักหน้าตอบกลับไปด้วยใบหน้าที่ดูหงุดหงิด



"กระผมอุตสาห์เตรียมเลือดเอาไว้ให้  นายน้อยจะได้ไม่ต้องเหนื่อยไปหาเหยื่อเอง  แล้วทำไมดูหงุดหงิดจังเลยครับ  เกิดอะไรขึ้นหรอครับ"  ซีซ่าพ่อบ้านแวมไพร์หนุ่มถามนายน้อยของตนด้วยความเป็นห่วง  เพราะปกติเวลากลับจากการดูดเลือด  นายน้อยจะดูสดใสมีชีวิตชีวา  แม้จะรู้ว่า นายน้อยของตนจะไม่ชอบดูดเลือดมนุษย์  แต่ด้วยความจำเป็น  หนทางที่นายน้อยเลือกจึงเป็นเพียงการดูดเลือดเล็กน้อย ไม่ถึงกับฆ่าเอาชีวิตมนุษย์



"ไม่มีอะไรหรอก  ฉันไปเจอคู่ปรับมา  ความลับของเราเลยแตก  แต่ยังไงฉันก็ไม่มีวันยอมให้มันเปิดเผยเรื่องของเราหรอก"  ริมฝีปากบางเม้มกันแน่นจนเป็นเส้นตรง   น้ำเสียงเยือกเย็นที่ดูจริงจังนั้น  หากเป็นคนธรรมดาได้ยินคงจะขนลุก  ซีซ่าคิดในใจว่าคนนั้นๆ  คงจะถึงคราวซวยที่มารู้เรื่องนี้เข้า  ยิ่งกับนายน้อยของตัวเองด้วยแล้ว  แม้อายุยังน้อยแต่มีความน่ากลัวแฝงอยู่



"แล้วท่านพ่อท่านแม่ล่ะ  คืนนี้ออกไปข้างนอกเหรอ"  มัสซีถามพ่อบ้านหนุ่มที่ตอนนี้กำลังวุ่นวายอยู่กับการเตรียมน้ำอุ่นให้นายน้อยได้อาบชำระร่างกาย


"นายท่านกับนายหญิงออกไปประชุมด่วนที่บริษัทครับ"  พ่อบ้านหนุ่มตอบพร้อมรอยยิ้ม



"คืนนี้เนี้ยนะ  ประชุมอะไรกันนักกันหนาเนี้ย"  มัสซีพูดน้ำเสียงขุ่นเคืองผู้เป็นพ่อเป็นแม่ของตัวเอง  เพราะเค้าไม่ได้เจอหน้าพ่อกับแม่บ่อยเท่าไร  แม้จะเป็นแวมไพร์  แต่ท่านทั้งสองก็เป็นนักธุรกิจใหญ่ในสังคม  งานยุ่งอยู่ตลอดเวลา  แต่หากเป็นคืนพระจันทร์เต็มดวง  ครอบครัวนี้จะอยู่พร้อมหน้ากันเหมือนเป็นวันครอบครัว



ซีซ่ามองหน้านายน้อยของตนด้วยความรู้สึกสงสารจับใจ  ยังเป็นเด็กเป็นเล็กต้องทำตัวเข้มแข็งตลอดเวลา  ทั้งๆ ที่ต้องการความรักและการเอาใจใส่จากพ่อแม่  เค้าจึงดูแลนายน้อยด้วยความเต็มใจและรักเหมือนเป็นลูกชายคนหนึ่ง  เพื่อชดเชยในช่วงเวลาที่นายท่านและนายหญิงไม่อยู่ตามที่ได้สาบานต่อนายทั้งสอง

 


"โธ่.............นายน้อย  นายท่านทั้งสองออกไปทำงานสำคัญ   ก่อนออกไปก็ยังบ่นกับกระผมว่าไม่อยากออกไปอยู่เลยครับ  ยิ่งนายหญิงด้วยแล้ว  ไม่ยอมไปท่าเดียว จนนายท่านต้องลากตัวออกไป  เห็นท่านทั้งสองบอกว่าจะรีบกลับ  แต่ฝากบอกว่าถ้ามันดึกมากแล้วให้นายน้อยพักผ่อนไปได้เลยครับ ไม่ต้องรอ  หวังว่านายน้อยจะเข้าใจนะครับ"



"อืม....."  มัสซีเข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดี  แม้พ่อแม่จะไม่ค่อยเจอกันบ่อย  แต่ทั้งท่านสองก็พยายามอย่างเต็มที่ในการมอบความรักอย่างมากมายให้กับเค้า  อีกทั้งยังมีซีซ่าพ่อบ้านที่เค้าให้ความเคารพเหมือนเป็นพ่อคนที่สองอีกคน  แม้จะเหงาบ้าง แต่เค้าก็รู้ว่าเค้าไม่ได้ขาดความรักจากพ่อแม่และคนรอบข้างเลย



"ซีซ่าไปพักผ่อนเถอะ  เด๋วฉันจะอาบน้ำแล้วเข้านอนเลย  คงไม่รอท่านพ่อท่านแม่แล้ว"  มัสซีบอกพ่อบ้านหนุ่ม  ซึ่งโค้งคำนับก่อนออกไปจากห้อง


"ราตรีสวัสดิ์นะครับนายน้อย"


"เช่นกัน"



เด็กหนุ่มร่างบางเดินออกจากห้องน้ำหลังจากชำระร่างกาย  พร้อมชุดนอนสีดำเรียบ  ล้มตัวลงนอนบนเตียง ดวงตาสีแดงสดยังสดใสไม่มีวี่แววของอาการง่วงนอนแต่อย่างใด  ตอนนี้ในหัวของมัสซีกำลังคิดถึงเด็กหนุ่มร่างสูงที่เค้าได้ฝังเขี้ยวไว้ตรงซอกคอ  ทำให้ความลับเรื่องที่เค้าเป็นแวมไพร์แตก  เค้ากำลังคิดสงสัยว่าทำไมร่างสูงถึงไม่หมดสติเหมือนเหยื่อทั่วๆ ไปที่เค้าเจอ  อีกทั้งพยายามคิดแผนเอาคืนที่ตัวเองโดนขโมยจูบจนหัวแทบแตก  แต่ก็ไม่รู้เมื่อไรที่นิ้วเรียวเล็กของตัวเองเผลอลูบที่ริมฝีปากอิ่ม  ยังรู้สึกถึงรสจูบหวานที่หลงเหลืออยู่  ใจเริ่มเต้นแรงเมื่อนึกถึงหน้าคนที่ฝากสัมผัสนี้กับฉากจูบที่เร่าร้อน  ใบหน้าหวานขาวซีดเริ่มมีสีแดงระเรื่อขึ้นพร้อมรอยยิ้มบาง  โดยเจ้าตัวไม่รู้ตัวว่าตัวเองเผลอยิ้มออกมา  ก่อนเปลือกตาหนักจะปิดลงเพราะทนกับความง่วงไม่ไหว


......................................


และแล้วก็ประเดิมลงนิยายที่ได้แต่งไว้ เรื่อง พ่อมดเจ้าเล่ห์กับแวมไพร์ตัวแสบ เป็นแนว Yaoi นะคร้า เผื่อจะมีคนชอบ

 

พอดีว่า R_Lin ได้เอาลงในDek-D ด้วย นะคร้า ยังแต่งไม่จบนะคร้า เอาตอนที่ 1 มาลงให้ลองอ่านกันคร้า >__<

 

แต่ในDek-D ลงไปแล้ว 5 ตอน ถ้ามีคนชอบก็จะเอาลงให้เรื่อยๆ คร้า >o< (อยากให้มีคนอ่าน คนคอมเม้นเยอะๆ)

 

Comment

Comment:

Tweet

sad smile

#13 By (1.46.199.43|1.46.199.43) on 2014-11-02 12:25

ชอบเรื่องนี้จังขอเฟสพี่ได้มั้ยค่ะ

#12 By Jj (171.5.250.155|171.5.250.155) on 2014-10-16 17:34

#11 By (49.230.130.154|49.230.130.154) on 2014-02-04 07:31

เเวมไพร์น่ารักอ่ะ อิๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

#10 By คนรักนิยาย (118.172.215.212) on 2013-09-21 16:56

่สนุกมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

#9 By 12 (118.172.215.212) on 2013-09-21 16:54

โทมัสสุดยอดอ่ะ
มัตซึอึ้งไปเลย
น่ารักดีแฮะ

#8 By ji (115.87.120.22) on 2011-02-24 16:25

สนุกอ่าconfused smile

#7 By may1827 (223.204.37.149) on 2011-01-23 14:24

ตามมาจากเด็กดีค่ะ

มาเม้น ให้กำลังใจคนเขียน

ไปอ่านต่อแล้วน้า

#6 By LoveNovel (123.116.216.122) on 2010-10-27 12:03

พี่ก็รับแอดแล้วนะค่ะ ไว้ว่างๆ คุยกันเนอะ >_< (ถ้างานไม่ทับหัวตายเสียก่อน หุหุ)

#5 By R_lin on 2010-10-22 12:31

ชอบมากกกกก ชอบแนวแวมไพร์มากเลย แต่งต่อนะค่ะ นะๆๆๆๆ อยากคุยกับคนแต่งด้วย สาววายเหมือนกันแอดมาได้เน้อ

#4 By อามีน่า (124.122.248.211) on 2010-10-21 22:51

เขียนต่อเรื่อยๆนะคะจะรออ่าน
น่ารักดีคะคู่นี้
ชอบแม่ของโทมัสมาก รับได้ทุกอย่าง 555+

#3 By 36miwaku36 on 2010-09-29 21:52

ดีใจจังค่ะที่มีคนชอบเรื่องนี้

>///<

#2 By R_lin on 2010-09-29 20:59

เรามาอ่านในนี้เราก้เลยเม้นในนี้เลยเนอะ

สนุกอ่ะ

#1 By น้าม (1.46.149.99) on 2010-09-29 20:46