P.8




"ไปทำตามที่ฉันสั่ง  ถ้าได้เรื่องเมื่อไรให้รีบกลับมารายงานฉันทันที"



"ครับ  นายท่าน"



ชายวัยกลางคนแต่งชุดสูทหรูยืนหันหลังให้กับลูกน้อง  สายตาทอดมองไปยังนอกหน้าต่างมองดูลูกชายของตนที่กำลังนั่งเล่นอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่  แม้จะไม่ได้หันไปสั่งลูกน้องตัวเองโดยตรง  แต่น้ำเสียงที่ออกมานั้นทำให้คนฟังรู้สึกเกรงกลัวไม่ใช่น้อย



มายธัสเรียกลูกน้องคนสนิทมาสั่งงานถึงที่บ้าน  ด้วยความกังวลกลัวจะเกิดเหตุร้ายกับลูกชายตัวเอง  อีกทั้งความสงสัยในพลังเวทย์ประหลาด  จึงสั่งลูกน้องไปสืบประวัติของโทมัสเพื่อนของลูกชายที่ได้เจอเมื่อ 2-3 วันก่อน



"คุณค่ะ  ทำแบบนี้จะดีหรือค่ะ  ถ้าลูกรู้เข้าจะรู้สึกยังไง"  น้ำเสียงหวานอ่อนโยนของเนสรี่ภรรยาสาวสวยกล่าวขึ้น  เมื่อลูกน้องของสามีตัวเองได้ถอยหลังไปตรงมุมมืดของห้องแล้วหายตัวไปทันที



"ยังไงผมก็ต้องทำ  เพื่อความปลอดภัยของลูกและเพื่อความสบายใจของเราสองคน"  มายธัสเอื้อมมือไปบีบหัวไหล่บางเบาๆ แล้วกลับไปทำงานที่โต๊ะดังเดิม



"ค่ะ  งั้นถ้ามีอะไรเกิดขึ้น  ฉันจะอธิบายให้ลูกเข้าใจเองค่ะ"  เนสรี่พยักหน้าเข้าใจในสิ่งที่สามีตัวเองกำลังทำอยู่  เธอไม่คัดค้านเพราะในใจก็อย่างรู้ว่าความจริงแล้วโทมัสเป็นใครกันแน่  จะเป็นพ่อมดอย่างที่เธอคาดเดาหรือไม่  แม้จะเห็นว่าโทมัสจะเป็นเด็กที่น่าไว้วางใจมากก็ตาม



..........................................................



"เฮ้!!!!  ทางนี้  ทางนี้"  เสียงเล็กใสของเพื่อนตัวเล็กตะโกนพร้อมกวักมือเรียกมัสซีที่กำลังเดินเข้ามาในบริเวณโรงเรียนและตรงดิ่งมายังหอประชุมสถานที่สำหรับการจัดงานพิธีจบการศึกษา  มัสซีรีบเดินเข้าไปหาคีย์ ไคท์และโทมัสที่ยืนรออยู่หน้าหอประชุม



"โทษที  ฉันมาสายหรือเปล่า"  มัสซีรีบถามรัวกับเพื่อนตัวเล็กด้วยกลัวมาไม่ทันงานเริ่ม  ทั้งๆ ที่เจ้าตัวกำลังยืนหอบเพราะรีบวิ่งมาหาด้วยระยะทางที่ไกลพอสมควร



"ไม่ ไม่  แต่ฉันว่าพวกเรารีบเข้าไปข้างในกันเถอะ"  ไคท์ตอบแทนแฝดผู้พี่ของตนก่อนจะรีบดันทุกคนให้เข้าไปในงาน





วันนี้เป็นวันพิธีจบการศึกษาสำหรับเด็กนักเรียนชั้นปีที่ 4 ของโรงเรียนแห่งนี้  ซึ่งรวมถึงพวกมัสซี โทมัส คีย์และไคท์เช่นกัน  ทั้งสี่คนได้เดินเข้ามาในหอประชุมที่เต็มไปด้วยเพื่อนนักเรียนที่จบรุ่นเดียวกัน  และเข้านั่งประจำที่ของตนเพื่อรอพิธีการจบการศึกษาที่จะเริ่มขึ้นอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า



"มัสซี  วันนี้พ่อแม่ของนายมาหรือเปล่า"  คีย์หันไปกระซิบมัสซีที่นั่งอยู่ข้างๆ  พร้อมทั้งกวาดสายตาไปยังกลุ่มผู้ปกครองที่ถูกจัดให้นั่งอยู่อีกฝากของหอประชุมเพื่อให้เห็นพิธีในวันนี้ได้อย่างชัดเจน



"ไม่อ่ะ  วันนี้ท่านพ่อและท่านแม่มีประชุมสำคัญที่บริษัท"  มัสซีตอบเพื่อนตัวเล็กด้วยรอยยิ้ม  แต่แววตากลับดูเศร้า



"พ่อกะแม่พวกฉันมาด้วยแหล่ะ  นั่นไง  เดี๋ยวจะพาไปรู้จักนะ"  คีย์พูดพร้อมชี้นิ้วไปยังคู่สามีภรรยาที่ดูน่ารักคู่หนึ่ง  พร้อมโบกมือทักทาย




และแล้วเวลาของงานก็เริ่มขึ้น  โดยมีการแสดงของวงประสานเสียงประจำโรงเรียนพร้อมเพลงบรรเลงจากเปียโนหลังสีขาวที่ตั้งเด่นอยู่กลางเวที  โดยมีรุ่นพี่ที่เป็นศิษย์เก่าอดีตประธานนักเรียนซึ่งปัจจุบันเป็นนักเปียโนที่มีชื่อเสียงมาเป็นผู้บรรเลงเพลงให้  ทำให้พิธีศักดิ์สิทธิ์มากยิ่งขึ้น  หลังจากนั้นอาจารย์ใหญ่ก็ขึ้นมากล่าวแสดงความยินดีกับนักเรียนที่จบการศึกษาพร้อมอวยพรให้นักเรียนโชคดี  จากนั้นก็ตามด้วยตัวแทนของรุ่นน้องขึ้นมากล่าว  ก่อนจะถึงคิวของตัวแทนของนักเรียนชั้นปีที่สี่




อยู่ๆ  โทมัสก็ลุกขึ้นยืนจากที่นั่ง  แล้วพาตัวเองเดินตรงไปยังเวทีหน้าหอประชุม  มัสซีได้แต่มองตามด้วยความแปลกใจ  แต่แล้วก็รู้สาเหตุว่าทำไมโทมัสจึงเดินไปบทเวที  เมื่ออาจารย์กล่าวเชิญตัวแทนของชั้นปีที่สี่



"ผม  โทมัส  ซี  ลานซ์  เป็นตัวแทนของนักเรียนชั้นปีที่สี่  ขอขอบคุณอาจารย์ทุกท่านที่อบรมสั่งสอนพวกเรามาเป็นเวลานาน ขอบคุณกาลเวลาที่ทำให้พวกเราได้รู้จักกันและเรียนรู้เรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเรื่องเรียน เรื่องเล่น  ขอบคุณคุณป้าแม่ครัว คุณลุงภารโรงที่ดูแลพวกเราตลอดเวลาที่เรียนอยู่ที่นี่  แม้ว่าพวกเราจะต้องออกไปจากโรงเรียนแห่งนี้เพื่อเดินไปตามเส้นทางที่แต่ละคนได้วาดฝันไว้  แต่พวกเราจะไม่ลืมอาจารย์ที่อยู่ที่นี่  โรงเรียนแห่งนี้ที่เปรียบเสมือนบ้านอีกหลังของพวกเรา  ขอบคุณครับ"  โทมัสพูดพร้อมรอยยิ้มแล้วโค้งคำนับ  เสียงตบมือดังกึกก้องไปทั่วหอประชุม  แม้จะเป็นคำกล่าวที่ไม่ยาวมากนัก  แต่ก็เป็นคำกล่าวที่ออกมาจากใจจริง  ทำให้อาจารย์   นักเรียน  หรือแม้แต่ผู้ปกครองเองก็ต่างรู้สึกตื้นตันใจอย่างบอกไม่ถูก



หลังจากที่โทมัสกล่าวจบเพียงไม่กี่วินาทีก็มีดอกไม้โปรยปรายลงมาทั่วหอประชุม  ทำให้ทุกคนรู้สึกแปลกใจและประทับใจกับความสวยงามกับภาพที่เห็น



มัสซีใช้มือเรียวบางรองรับกลีบดอกไม้ที่โปรยปรายลงมา  ส่งรอยยิ้มหวานไปยังร่างสูงที่ยืนอยู่บนเวที  เพราะคิดว่าดอกไม้เหล่านี้เป็นฝีมือจากร่างสูงแน่นอน  เพราะอยู่ๆ จะมีดอกไม้มากมายจะหล่นมาได้ไงถ้าไม่ใช่ฝีมือของพ่อมดคนเดียวที่เค้ารู้จัก

 

........................................................



"สุดยอดไปเลย  ว่าไหม?"  คีย์พูดขึ้นเมื่อทั้งหมดเดินออกมาตรงลานหน้าหอประชุมเมื่อเสร็จพิธีแล้ว



"ฝีมือนายใช่ไหม?"  มัสซีเอียงคอกระซิบถามโทมัสที่เดินมาข้างๆ  โทมัสไม่ตอบแต่กลับส่งยิ้มน้อยๆ  ให้ร่างบางแทน  ก่อนจะก้มลงกระซิบที่ข้างหูมัสซีเบาๆ



"เป็นส่วนหนึ่งของของขวัญเรียนจบสำหรับนาย"  โทมัสพูดจบก็เดินต่อด้วยสีหน้าราบเรียบ  แต่มัสซีกลับหน้าขึ้นสีเล็กน้อย  แอบอมยิ้มอย่างมีความสุข



"เด๋วเราไปหาพ่อกะแม่พวกฉันก่อนนะ"  คีย์ร้องบอกเพื่อนๆ  ก่อนจะคว้ามือของเพื่อนร่างบางให้เดินไปหาพ่อแม่ของตน




"ยินดีด้วยจ๊ะเด็กๆ"  หญิงสาววัยกลางคน  ใบหน้าเรียวสวย  ผมสีดำยาวสวย  นัยน์ตาสีดำสนิท ยิ้มหวานพูดแสดงความยินดีกับกลุ่มเด็กๆ ที่เพิ่งเดินเข้ามาหา



"ขอบคุณฮ่ะ"  คีย์และไคท์ตอบผู้เป็นแม่ของตนไป  ส่วนมัสซีและโทมัสโค้งคำนับขอบคุณพร้อมรอยยิ้ม



"พ่อฮ่ะ  แม่ฮ่ะ  คนนี้มัสซี  ส่วนอีกคนก็โทมัสฮ่ะ"  คีย์แนะนำเพื่อนๆ  ให้พ่อแม่ของตนได้รู้จัก



"แม่ได้ยินชื่อของทั้งสองคนมานานแล้ว  แต่ก็ไม่มีโอกาสได้เจอกันสักที  น่ารักทั้งคู่เลยน๊า"  มานากล่าวพร้อมรอยยิ้มอบอุ่น  มัสซีและโทมัสยิ้มน้อยๆ  ตอบกลับไป



"อ้าวๆ  มาถ่ายรูปกันหน่อยเร็ว"  เสียงทุ้มนุ่มของชายวัยกลางคน ไม่อ้วนไม่ผอม  ผิวสีแทน  ผมสีดำยักโศกเล็กน้อย  ที่ยืนฟังอยู่นาน  ร้องบอกให้ทุกคนถ่ายรูปรวมกัน



"โธ่   พ่อก็  แล้วพ่อล่ะ  บอกให้เรียกตากล้องที่โรงแรมมาด้วย"  มานาพูดตัดพ้อสามีของตนที่กำลังยกกล้องขึ้นถ่าย



"ไม่เป็นไรน่า"  เซนต์พูดขึ้นพร้อมมือข้างหนึ่งโบกปัดเล็กน้อย ก่อนโทมัสจะเสนอตัวเป็นตากล้องจำเป็นให้



"ขอบใจจ๊ะ"  มานายิ้มหวานให้โทมัส  เมื่อทุกคนผลัดเปลี่ยนกันเขากล้องกันอย่างถ้วนหน้าแล้ว



"ไหนล่ะ  ลูกสะใภ้ของแม่ล่ะ  ไคท์  แม่ยังไม่เห็นเลยนะ  พาจูโรมาสิลูก  จะได้ถ่ายรูปด้วยกัน"  มานาถามลูกชายคนเล็กขึ้น  ทำให้มัสซีแปลกใจเล็กน้อยที่พ่อแม่ของคีย์และไคท์ยอมรับเรื่องนี้



"เด๋วคงมาฮ่ะ"  ไคท์ตอบด้วยรอยยิ้ม  แต่สายตายังสอดส่องหาครูจูโรผู้เป็นคนรักของตน



"เอ่อ   พวกผมขอตัวก่อนนะครับ  พอดีว่าคุณพ่อคุณแม่ผมรออยู่ด้านโน้นนะครับ"  โทมัสพูดขึ้นพร้อมก้มหัวลา  แล้วคว้าข้อมือมัสซีให้เดินตามไปด้วย



"เด๋วพวกฉันจะตามไปสวัสดีพ่อกะแม่นายนะ"  คีย์ตะโกนบอกตามหลังเพื่อนร่างสูง  เพราะตอนนี้ครูจูโรมาทักทายพ่อกับแม่ของตนอยู่


.............................................



"เด๋ว   ปล่อยฉันนะ  ทำไมต้องลากฉันไปด้วยเนี้ย"  มัสซีพยายามแกะมือแกร่งที่จับข้อมือเรียวเล็กของตน  แต่ก็ไม่เป็นผล



"ก็จะพาว่าที่ลูกสะใภ้ไปแนะนำให้พ่อกะแม่รู้จักไง"  โทมัสหันมาตอบด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์  แล้วก็ออกเดินมุ่งไปยังพ่อกับแม่ของตนยืนอยู่  มัสซีได้ฟังก็รู้สึกเขินอาย  ก่อนจะพูดเสียงดังกลบเกลื่อนความอายของตัวเอง


"บ้า!!!  ใครเป็นว่าที่ลูกสะใภ้กัน  นายอย่ามามั่วนะ"  โทมัสเดินไปอมยิ้มไปเมื่อเห็นคนร่างบางเขินจนใบหน้าสีขาวซีดมีสีแดงระเรื่อ


.....................................................



"มาแล้ว  มาแล้ว  คุณ"  รีน่าแม่ของโทมัสเรียกฟาร์เซียสามีของตนที่กำลังยืนมองดูภาพทิวทัศน์ของโรงเรียนเพลินอยู่ให้รู้ตัวเมื่อเห็นลูกชายของตนเดินเข้ามา



"พ่อครับ  แม่ครับ  นี่มัสซี  นี่พ่อแม่ฉัน"  โทมัสแนะนำมัสซีให้พ่อกับแม่ได้รู้จัก



"น่ารักจังเลย  ยินดีด้วยนะจ๊ะที่เรียนจบกันแล้ว  ลูกด้วยโทมัส"  รีน่าพูดพร้อมมือเรียวบางลูบหัวลูกชายตัวเองเบาๆ  ส่งรอยยิ้มอบอุ่นให้มัสซีที่ยิ้มน้อยๆ  ตอบให้เช่นกัน



"ขอบคุณฮ่ะ"  มัสซีกล่าวขอบคุณเบาๆ  ก่อนจะเหลือบตามองฟาร์เซียที่มองมายังตนโดยไม่กระพริบตาด้วยแววตาดุดัน ทำให้มัสซีรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก



"คุณ  คุณค่ะ"  รีน่าสะกิดผู้เป็นสามีเล็กน้อยเพื่อให้รู้สึกตัว  ฟาร์เซียรีบยิ้มกลบเกลื่อนแล้วกล่าวแสดงความยินดีกับลูกชายและเพื่อนของลูกชาย  สักพักคีย์และไคท์ก็ตามมาสมทบ  ทำให้มัสซีรู้สึกผ่อนคลายไปได้บ้าง






"มัส...............ซี"





"มัสซี"  



เสียงเรียกชื่อมัสซีดังขึ้น  ทำให้เจ้าของชื่อพยายามมองหาต้นเสียง  พร้อมขยับแว่นตาหนาเล็กน้อยทั้งที่เป็นเพียงแว่นตาหลอกเพื่อดูว่าเป็นเด็กบ้าเรียนเท่านั้น  เพียงมัสซีได้เห็นเจ้าของต้นเสียงก็เผยรอยยิ้มกว้าง  และยิ่งยิ้มกว้างขึ้นไปอีกเมื่อเห็นคนที่เดินตามหลังซูม่ามาอีกทีคือ มายธัสและเนสรี่  พ่อแม่ของตน




"ผมขอตัวก่อนนะฮ่ะ"  มัสซีรีบขอตัวก่อนจะวิ่งไปหาพ่อแม่ของตน



โทมัสมองตามร่างบางที่วิ่งไปหาพ่อแม่ของตัวเองไป  แล้วต้องสะดุ้งเมื่อโดนข้อศอกของผู้เป็นแม่กระทุ้งเบาๆ ที่สีข้าง



"คนนี้ใช่ไหม  น่ารักถูกใจแม่เลยนะเนี้ย"  รีน่าพูดกระซิบเบาๆ ให้ได้ยินเพียงสองคน  สายตามองไปยังเพื่อนร่างบางของลูกชายที่เดินจากไป  โทมัสพยักหน้าเล็กน้อยเป็นคำตอบพร้อมรอยยิ้มหวาน



"แต่แม่ว่า  ลูกต้องเตรียมตอบคำถามของพ่อให้ได้ล่ะ  แล้วแม่จะคอยช่วยอีกที"  รีน่าพูดพร้อมเหลือบตามองฟาร์เซียที่ตอนนี้กำลังคุยเพลินกับคีย์และไคท์



"ครับ  ผมพร้อมเสมอ"  โทมัสตอบผู้เป็นแม่ด้วยน้ำเสียงหนักแน่น  ก่อนจะมองไปยังผู้เป็นพ่อเล็กน้อยแล้วกลับหันไปมองครอบครัวคนรักของตนอีกครั้ง



.............................................



"ไหนท่านพ่อและท่านแม่บอกว่ามีประชุมที่บริษัทมาไม่ได้ยังไงล่ะฮ่ะ"  มัสซีรีบถามรัวในขณะที่ตัวเองยังมีอาการเหนื่อยหอบ



"วันสำคัญของลูก  ทำไมพ่อกับแม่จะไม่มาล่ะ"  มายธัสพูดขึ้นพร้อมรอยยิ้มอบอุ่น  เนสรี่ลูบหัวลูกชายตัวเองเบาๆ



"ยินดีด้วยจ๊ะ"  เนสรี่ยื่นช่อดอกไม้ช่อใหญ่ให้ลูกชายตัวเองก่อนจะก้มลงหอมแก้มลูกชายตัวเอง



"ขอบคุณฮ่ะ"  มัสซียิ้มกว้างกล่าวขอบคุณผู้เป็นพ่อเป็นแม่



"เมื่อกี้ลูกอยู่กับใครจ๊ะ"  เนสรี่ถามลูกชายขึ้น



"อ่อ   พ่อกับแม่ของโทมัสฮ่ะ"



"งั้นเราควรไปทำความรู้จัก  จริงไหมคุณ"  มายธัสพูดขึ้นพร้อมเดินนำทุกคนตรงดิ่งไปยังกลุ่มพ่อแม่ของโทมัส  เนสรี่จับมือลูกชายของตนให้เดินตามโดยบีบมือเบาๆ  พร้อมรอยยิ้มบางเชิงบอกว่าไม่มีอะไร  เมื่อเห็นลูกชายมองมาด้วยแววตาสงสัย



"สวัสดีครับ  ผมมายธัส ไนท์  พ่อของมัสซี  แล้วนี่ภรรยาผม  เนสรี่"  มายธัสพูดแนะนำตัวเองขึ้นพร้อมยื่นมือไปทักทาย  ด้วยรอยยิ้มน้อยๆ  แต่แววตากลับไม่เป็นมิตรเท่าไร



"ยินดีที่รู้จักครับ  ผม ฟาร์เซีย ซี ลานซ์  และรีน่าภรรยาผม"   ฟาร์เซียยื่นมือปจับทักทายตอบด้วยรอยยิ้มบางเช่นกัน  แต่คนรอบข้างสัมผัสได้ถึงบรรยากาศชวนอึดอัด



"เอ่อ  เรามาถ่ายรูปกันดีกว่านะค่ะ"  ในที่สุดรีน่าก็พูดขึ้นทำลายบรรยายที่ชวนอึดอัดเมื่อครู่ไปได้บ้าง



"จริงด้วยค่ะ"  เนสรี่พยักหน้าเห็นด้วยเมื่อเห็นว่าถ้าปล่อยให้นานกว่านี้คงจะไม่ดี  กลัวว่าจะเกิดเรื่องขึ้น



ขณะที่รีน่าและเนสรี่พยายามเปลี่ยนเรื่องให้สามีของตัวเองหันไปสนใจเรื่องอื่น  มานาและเซนต์พ่อแม่ของคีย์และไคท์ก็เดินเข้ามาสมทบพร้อมครูจูโร  ทุกคนจึงเริ่มถ่ายรูปอีกครั้ง  แล้วเริ่มพูดคุยทำความรู้จักกัน  ฝ่ายผู้เป็นแม่ต่างคุยกันถูกคอออกรสออกชาติ  พูดถึงลูกชายของตนเองและอนาคตของลูกๆ  แต่ฝ่ายของพ่อทั้งสามนั้นดูอึดอัดเล็กน้อย  แต่โชคยังดีที่มีเซนต์ค่อยช่วยให้บทสนทนาราบรื่นไปได้ด้วยดี  



.........................................................



"คุณค่ะมีอะไรหรือเปล่า"  เนสรี่เอ่ยถามสามีของตนเมื่อนั่งอยู่บนรถคันหรูเพื่อเดินทางกลับบ้าน  หลังจากแยกย้ายกับทุกคน  แล้วปล่อยให้ลูกชายและเพื่อนๆ ไปกินเลี้ยงฉลองเรียนจบที่ร้านอาหารหรูในโรงแรมของครอบครัวเพื่อนฝาแฝดของลูกชาย

 

"เฮ้อ!!!"  มายธัสถอนหายใจยาว  มายธัสนึกถึงเรื่องที่ลูกน้องคนสนิทมารายงานเรื่องที่สั่งให้ไปทำก่อนจะมางานพิธีจบการศึกษาของลูกชาย



............................................


"นายท่าน  เรื่องที่สั่งเรียบร้อยแล้วครับ"  ร่างชายหนุ่มรูปร่างสมส่วนเดินออกจากมุมมืดของห้อง  พร้อมก้มหัวคำนับผู้เป็นนาย



"สรุปว่าไง"  มายธัสถามไทน์  แวมไพร์หนุ่มลูกน้องคนสนิทของตนด้วยน้ำเสียงจริงจัง


"ตามที่กระผมได้สืบมา  เด็กที่ชื่อโทมัสและครอบครัวเป็นตระกูลพ่อมดแม่มดที่มีอิทธิพลในสภาสูงแห่งเวทย์  ผู้เป็นพ่อชื่อฟาร์เซีย ซี ลานซ์  เป็นหัวหน้าพ่อมดแห่งเมืองนี้  ส่วนแม่ชื่อรีน่า  ซี ลานซ์  เป็นแม่มดจากตระกูลพ่อมดแม่มดที่เก่าแก่ของเมือง  ทั้งสองทำงานอยู่ในสภาสูงแห่งเวทย์  โดยพื้นฐานครอบครัวนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นตระกูลที่สมบูรณ์แบบ  นิสัยดีเป็นที่นับถือของคนทั่วไป  ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือพวกใช้เวทย์ด้วยกันเอง  ส่วนเด็กที่ชื่อโทมัส  เรียนระดับชั้นเดียวกับนายน้อย  เรียนเก่งและเป็นนักกีฬาบาสประจำโรงเรียน  ไม่มีประวัติเสื่อมเสียทั้งด้านการเรียนและพฤติกรรม"



"อืม   ดีมาก  ยังไงก็พยายามจับตาดูครอบครัวนี้ไปก่อน  โดยเฉพาะลูกชาย"  มายธัสได้ฟังประวัติของครอบครัวของโทมัส  จึงสั่งให้ไทน์ทำงานต่อไป



"อย่าให้นายน้อยรู้ล่ะ"



"ครับนายท่าน"  ไทน์รับคำสั่งจายนายใหญ่ของตนก่อนจะเดินถอยหลังไปยังมุมมืดของห้องอีกครั้งแล้วหายตัวไปทันที



มายธัสทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ที่โต๊ะทำงานในห้องทำงานของบริษัท  ก่อนจะหมุนตัวทอดสายตามองออกไปยังนอกหน้าต่าง  สายตาครุ่นคิดเรื่องของโทมัสเพื่อนของลูกชาย  การที่ได้รับรู้ว่าโทมัสเป็นใคร  ยิ่งทำให้เค้ากังวลมากขึ้นยิ่งกว่าเดิม  กลัวเรื่องเลวร้ายจะเกิดขึ้นกับมัสซีลูกชายหัวแก้วหัวแหวนเหมือนเรื่องร้ายที่เกิดขึ้นในสมัยอดีตที่นานแสนนาน  แม้มันจะไม่เคยเกิดขึ้นอีกเลยตั้งแต่สภาสูงแห่งเวทย์ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อ 800 ปีก่อนก็ตาม  แต่มายธัสก็อดเป็นห่วงๆ ไม่ได้


.........................................................



"คุณค่ะ  คุณ"  เนสรี่สะกิดมายธัสให้รู้สึกตัว  เมื่อเห็นว่าสามีของตนมัวแต่คิดอะไรในใจไม่ยอมตอบคำถามที่ตนถามไปสักที



"หืม.....อ่อ......ครอบครัวของโทมัสเป็นพ่อมดแม่มดนะ"  มายธัสตอบเนสรี่ไป  แต่คนฟังดูเหมือนจะไม่ตกใจเท่าไร  เมื่อรู้ความจริง  เพราะเธอเดาถูกตั้งแต่แรกแล้ว



"มิน่า  คุณถึงทำตัวแปลกๆ  ตอนอยู่หน้าครอบครัวโทมัส"



"ผมคิดว่า  คุณฟาร์เซียและคุณรีน่า  น่าจะรู้แล้วว่าพวกเราเป็นอะไร  ไม่งั้นเค้าไม่แสดงท่าทีแบบนั้นออกมาหรอก"  มายธัสนึกถึงเหตุการณ์ตอนที่พบครอบครัวของโทมัสเมื่อครู่  ที่ฟาร์เซียเปิดเผยความรู้สึกออกมาอย่างโจ่งแจ้งว่าไม่ชอบเผ่าพันธุ์ของตนอย่างชัดเจน



"แต่คุณก็แสดงออกแบบนั้นเช่นกันนะค่ะ"  เนสรี่พูดขึ้นเมื่อเธอเองก็เห็นสามีก็ทำแบบนั้นเช่นกัน



"ไม่มีอะไรหรอก  ผมก็แค่.....โต้ตอบเท่านั้นเอง  เค้าส่งสายตาที่ไม่เป็นมิตรตั้งแต่แรกที่เราเดินเข้าไปหาแล้ว  "  มายธัสพูดพร้อมดึงมือเรียวบางของภรรยาขึ้นมาจูบเบาๆ



เนสรี่มองหน้าผู้เป็นสามีของตน  ในใจก็รู้ว่าสามียังกังวลเรื่องของลูกชายอยู่มาก  แต่เธอก็คิดว่าลูกชายจะไม่เป็นอะไร  ตราบใดที่มีเธอและสามี  อีกทั้งเธอยังมั่นใจในตัวของโทมัสอีกด้วย


................................................



"คุณฟาร์เซีย  ซี  ลานซ์  ไม่ทราบว่าทำไมคุณถึงกระทำตัวเยี่ยงนั้น"  รีน่าพูดด้วยน้ำเสียงอย่างเป็นทางการกับผู้เป็นสามีเมื่อมาถึงบ้าน



"ผมสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายเฉพาะตัวของแวมไพร์  แล้วยิ่งได้เจอครอบครัวของเด็กนั่น  ยิ่งทำให้ผมมั่นใจมากขึ้น"  ฟาร์เซียตอบรีน่าด้วยสีหน้าเคร่งเครียดก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟานุ่ม



"แล้วยังไงค่ะ พวกเค้าก็ไม่ได้ทำอะไรที่ผิดจากข้อตกลงตั้งแต่ 800 ปีที่แล้ว  ทำไมคุณถึงไม่ปล่อยวางบ้างค่ะ"



"ผมก็แค่ไม่ชอบเท่านั้น  ไม่ได้เกลียดอะไรเลย  และผมจะบอกคุณไว้นะ  หากพวกเค้าละเมิดกฎข้อใดก็ตาม  แม้จะเพื่อนของโทมัสก็ไม่มีข้อยกเว้น  ผมขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะ  เหนียวตัวจะแย่"



 ฟาร์เซียพูดจบก็เดินไปอาบน้ำทันที  ทิ้งให้รีน่านั่งเป็นห่วงโทมัส  เมื่อนึกถึงลูกชายของตนที่มีอุปสรรคความรักที่แสนจะยิ่งใหญ่  แถมรวมถึงพ่อมัสซีอีกคนด้วย  รีน่าจึงได้แต่นั่งถอนหายใจยาวเหยียด


.................................................





Comment

Comment:

Tweet

อดีตชาติที่แล้วบรรดาแม่ๆทั้งหลาย
เคยเป็นสาววายมาก่อนรึป่าวค่ะ 555

#1 By 36miwaku36 on 2010-09-30 01:30