P.12
 
 
 
 
 
"ช่วยด้วย!!!!"  เสียงตะโกนดังขึ้น พร้อมร่างบอบบางเจ้าของต้นเสียงที่ลืมตาโพล่งบนเตียงนอน ใบหน้าเนียนขาวซีดมีเหงื่อผุดอยู่เต็ม ร่างกายสั่นอย่างหยุดไม่อยู่ด้วยความกลัว ทำให้คนที่อยู่เฝ้าถึงกับสะดุ้งตกใจ
 
 
 
 
"มัสซี!!!  ไม่เป็นอะไรแล้ว นายปลอดภัย"  โทมัสแทบจะพุ่งตัวเข้าไปหามัสซีบนเตียง เพราะตัวเองกำัลังเตรียมยาให้ร่างบางที่ยังไม่ฟื้น วันนี้ก็เข้าวันที่สองแล้ว มือหนากุมมือบอบบาง นัยน์ตาสีน้ำเงินมองคนรักด้วยความเป็นห่วง
 
 
 
เพียงแค่เห็นคนตรงหน้า ใบหน้าหวานก็เริ่มมีน้ำตา มัสซีโผเข้ากอดร่างสูง อาการตกใจและความกลัวยังฝังแน่นในจิตใจ มือที่ถูกกอบกุมแม้จะยังสั่นอยู่ แต่เริ่มเบาบางลง โทมัสกระชับอ้อมกอดร่างที่สั่นให้แน่นขึ้นกว่าเดิม ปากยังพร่ำบอกว่าปลอดภัยแล้ว
 
 
 
"มัสซี  นายไม่เป็นอะไรแล้ว ไม่ต้องกลัว ฉันอยู่นี่แล้ว" โทมัสปลอบคนรัก แค่เห็นอาการของคนในอ้อมกอด เค้าแทบบ้า เพราะคนตรงหน้าสำคัญยิ่งกว่าสิ่งใดๆ ในใจอยากไปแก้แค้นคนพวกนั้น แต่เวทย์ที่เค้าได้ใช้มันเป็นเวทย์รุนแรงมากแล้ว ก็ถือว่าสาสมกับสิ่งที่พวกมันได้ทำลงไป
 
 
 
"ฉันกลัว  อึก  อึก กลัวว่าจะตาย ฉันกลัว  ฮือ ฮือ" มัสซีร้องไห้ฟูมฟายกอดโทมัสแน่น
 
 
 
"ไม่เป็นไรแล้ว ไม่เป็นไรแล้ว" โทมัสลูบผมสีน้ำตาลแดงนุ่มเบาๆ ก้มลงจูบหน้าผากมนให้หายอาการขวัญเสีย
 
 
 
"กินยาก่อนดีกว่านะคนดี เด๋วฉันจะให้คุณซีซ่าไปเรียกหมอมาดูอาการนายสักหน่อย" โทมัสพูดประคองร่างบางให้กินยาที่เตรียมให้  ยาที่มัสซีกินเป็นยาสีดำเข้ม จนคนกินต้องเบ้ปากเมื่อได้กลิ่นชวนคลื่นไส้ ทำหน้าพะอืดพะอม แต่พอเอายาเข้าปากกลับมีรสชาติหวานนุ่มลิ้น พอป้อนยาเสร็จโทมัสกำลังจะออกไปตามพ่อบ้าน แต่กลับถูกมือบางรั้งไว้
 
 
 
"ไม่ไปได้ไหม นายอยู่กับฉันก่อนได้ไหม"  มัสซีพูดเสียงอ่อน ตอนนี้เค้าไม่อยากอยู่คนเดียว แม้จะรู้ว่าเค้าอยู่ที่ห้องนอนตัวเองในบ้านตัวเองก็ตาม
 
 
 
"ฉันไปบอกคุณซีซ่าแปปเดี๋ยว ฉันสัญญาว่ารีบกลับมา นอนพักซะนะ เดี๋ยวฉันมา"  โทมัสดึงผ้าห่มสีแดงสดคลุมร่างบาง ก่อนก้มลงจูบหน้าผากเป็นการสัญญา  แล้วหมุนตัวออกจากห้องไป
 
 
 
 
.........................
 
 
 
"มัสซี  ลูก เป็นไงบ้าง"  เสียงนุ่มอ่อนโยนแฝงไปด้วยความเป็นห่วงของมายธัสพ่อของมัสซีดังขึ้นก่อนเจ้าตัวจะมาถึงห้องนอนของมัสซีเสียอีก
 
 
 
"ท่านพ่อ ท่านแม่"  มัสซีปล่อยโฮอีกครั้งเมื่อเห็นหน้าพ่อและแม่
 
 
 
"มัสซี ลูกเจ็บตรงไหน บอกพ่อมาสิ"  
 
 
 
"ลูกไม่เป็นไรแล้วจ๊ะ พ่อกับแม่อยู่ที่นี่แล้ว ลูกปลอดภัยแล้ว" เนสรี่กอดลูกชายพร้อมพูดปลอบอย่างอ่อนโยน
 
 
 
 
"หมอ มาพอดีเลย รีบมาตรวจดูอาการมัสซีเร็วๆ เข้าสิ" มายธัสเร่งให้หมอเข้ามาดูลูกชายสุดที่รัก เมื่อเห็นหมอเดินเข้ามาในห้อง
 
 
 
 
"ส่วนเธอ  ก็กลับบ้านไปได้แล้ว ไม่ต้องมาที่นี่อีก ที่นี่ไม่ต้อนรับพ่อมด ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นสภาเวทย์ต้องรับผิดชอบ"  น้ำเสียงเฉียบขาดสั่งขึ้น แต่ไม่ทำให้คนโดนสั่งรู้สึกกลัว โทมัสไม่ยอมออกไปจากห้อง ซ้ำยังเดินเข้าไปใกล้เตียงที่มีคนรักของเค้านอนอยู่
 
 
 
 
มือเรียวบางยื่นออกไปหาร่างสูงที่เดินเข้ามาหา ใบหน้าเนียนขาวซีดที่รอยฟกช้ำเผยรอยยิ้มบาง เมื่อเห็นว่าร่างสูงกลับมาตามสัญญา แถมไม่ไปไหนแม้จะถูกพ่อของตนไล่ ร่างสูงยื่นมือไปจับตอบ โดยไม่สนใจว่ามายธัสจะทำหน้าบูดบึ้งแค่ไหน ก่อนที่มายธัสจะเิ่ริ่มโวยวาย เนสรี่จึงรีบดึงมือสามีของตนให้ออกไปจากห้อง
 
 
 
 
"แม่ฝากดูแลมัสซีด้วยนะูลูก"  เนสรี่พูดก่อนจะปิดประตูห้อง  โทมัสก็ยังได้ยินเสียงของมายธัสโวยวายดังเล็ดลอดเข้ามาให้ห้องตามประสาคนหวงลูก
 
 
.....................................
 
 
 
"คิก คิก นายท่านขี้หวงน่าดูเลยนะครับ คุณโทมัสอย่าคิดมากล่ะ" คุณหมอแวมไพร์หนุ่มอดขำไม่ได้เมื่อเห็นอาการหวงลูกสุดๆ ของนายใหญ่ของตน ไม่มีเหลือความน่ากลัวเยือกเย็นที่แวมไพร์ปิศาจแห่งรัตติกาลควรจะมี โทมัสได้แต่ยิ้มบางๆ มือหนายังคงกุมมือบอบบางไว้แน่น
 
 
 
 
"นายน้อย  ผมขอตรวจดูร่างกายหน่อยนะครับ" หมอหนุ่มโรโร่พูดขออนุญาติเล็กน้อย ก่อนจะลงมือตรวจ โทมัสจึงปล่อยมือที่กุมไว้ เพื่อให้หมอตรวจร่างบางได้สะดวก แต่ยังคงยืนอยู่ข้างเตียงไม่ห่างไปไหน
 
 
 
 
 
 
"ร่างกายดีขึ้นมากแล้วครับ เดี๋ยวผมจะเตรียมยาตัวใหม่ให้นะครับ ตัวนี้อาจจะทำให้ปวดอย่างรุนแรง นายน้อยต้องทนหน่อยนะครับ แต่มันจะเป็นแค่ช่วงแรกๆ เท่านั้น เพราะมันจะไปรักษาภายในที่โดนพลังเวทย์ทำร้าย  แต่ถ้านายน้อยได้เลือดอีกสักนิดก็จะช่วยได้มากเลยครับ แต่ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เพราะยาที่ผมจัดให้มีประสิทธิภาพสูงอยู่แล้ว แต่อาจหายช้าหน่อยเท่านั้นครับ"  โรโร่พูดยิ้มๆ แอบเหลือบมองร่างสูงที่ยืนอยู่ข้างเตียง ที่ไม่แสดงอาการใดๆ นอกจากมองมัสซีด้วยแววตาแสดงความรักความเป็นห่วง
 
 
 
 
"แค่ยาของหมอก็พอแล้วครับ"  มัสซีพูดเสียงแหบแห้ง ในใจรู้ดีว่าเลือดนั้นต้องมาจากคนร่างสูงที่ยืนอยู่ข้างเตียงเท่านั้น อีกอย่างเค้าไม่สมควรได้รับ แค่คิดว่าตัวเองแปดเปื้อนน่าขยะแขยง ใบหน้าหวานเริ่มซีด ตัวเริ่มสั่นเมื่อคิดถึงเหตุการณ์เลวร้ายที่ผ่านมา
 
 
 
"นายน้อย พักผ่อนเยอะๆ นะครับ  อย่าคิดมาก คนพวกนั้นไม่ได้แตะต้องนายน้อยอย่างที่นายน้อยกังวลหรอกครับ เพราะคุณโทมัสไปช่วยไว้ทัน  เอาเป็นว่านายน้อยนอนพักเยอะๆ กินยาตามที่หมอได้จัดไว้ให้ แล้วหมอจะมาตรวจดูอาการทุกวันนะครับ"  โรโร่พูดขึ้นเหมือนจะอ่านใจของมัสซีออกว่าคิดอะไรอยู่ 
 
 
 
 
"งั้นผมขอตัวก่อนครับ" โรโร่โค้งเล็กน้อยก่อนจะออกจากห้องไป เพื่อให้คนทั้งสองได้อยู่ดูแลซึ่งกันและกัน โทมัสเดินตามไปส่งโรโร่แล้วแอบคุยนอกห้องไม่ให้มัสซีได้ยินถึงเรื่องการให้เลือด ก่อนจะรีบเข้ามาในห้องตามเดิม
 
 
 
 
 
 
"เป็นไงมั้ง ดีขึ้นไหม เจ็บตรงไหนอีกหรือเปล่า ถ้าเจ็บรีบบอกฉันนะ"  โทมัสนั่งลงข้างเตียง มือหนาลูบผมมัสซีเบาๆ ก่อนจะไล้ไปตามแก้มเนียนขาวที่มีรอยฟกช้ำ แต่ตอนนี้เริ่มจางหายไปบ้างแล้ว นัยน์ตาสีน้ำเงินมองหน้าคนรักด้วยสายตาอ่อนโยน
 
 
 
 
 
มือเรียวบางเลื่อนขึ้นจับมือหนาที่ยังอยู่แก้มเนียนของตัวเอง ดวงตาสีน้ำตาลเริ่มน้ำใสคลอ แต่ไม่ได้เกิดจากความกลัว แต่กลับเป็นความรู้สึกดีใจและขอบคุณในทุกๆ เรื่อง
 
 
 
 
"ขอบคุณ"  มัสซีพูดบอกโทมัส รอยยิ้มปรากฏอีกครั้งบนใบหน้าขาว
 
 
 
"ขอบคุณที่มาช่วยฉัน" 
 
 
 
 
 
"ฉันเคยบอกนายแล้วไง ฉันสัญญาว่าจะอยู่เคียงข้างนายและปกป้องนาย"  โทมัสพูดพร้อมรอยยิ้มอ่อนโอน ก้มลงจูบเบาๆ บนริมฝีปากหวาน
 
 
 
 
"นอนซะเถอะ ฉันจะอยู่ข้างๆ นายไม่ไปไหน ไม่ต้องกลัวอะไรอีกแล้ว" โทมัสดึงผ้าห่มคลุมร่างบาง เค้านั่งมองหน้าคนรักที่กำลังเข้าสู่ห้วงนิทราอีกครั้ง
 
 
 
 
.............................
 
 
ครืด ครืด
 
 
 
 
 
โทรศัพท์เครื่องเล็กในกระเป๋ากางเกงสั่นขึ้น จนทำให้คนที่กำลังนั่งอ่านหนังสือเฝ้าคนป่วยอยู่ถึงกับสะดุ้ง มือหนาล้วงหยิบเครื่องเล็กที่สั่นไม่หยุด นัยน์ตาสีน้ำเงินมองดูหน้าจอที่ปรากฎชื่อคนโทรมา แล้วถอนหายใจยาวอย่างเหนื่อยใจ แต่ก็ยังกดรับสายกรอกเสียงลงไป แล้วเดินไปยังระเบียง เพราะกลัวเสียงคุยจะรบกวนคนที่นอนอยู่บนเตียง
 
 
 
 
 
"ครับพ่อ" โทมัสพูดกรอกตามสายไป เป็นครั้งที่เท่าไรก็ไม่รู้ที่พ่อของเค้าโทรหา เพราะเรื่องที่เค้าทำไว้เมื่อคืนสองวันก่อน แม้เค้าจะรู้ว่ามันผิด แต่ร่างสูงไม่เสียใจเลยที่ตัดสินใจทำลงไป พวกนั้นสมควรได้รับมันสาสมกับสิ่งที่ทำกับคนของเค้า
 
 
 
 
 
'เมื่อไรแกจะกลับบ้าน แม่แกเป็นห่วงแทบบ้าแล้วนะ แล้วต้องไปขึ้นศาลในอีกสองวัน ฉันอยากรู้นักว่าเวลาทำทำไมไม่คิดให้ดี เวทย์นั้นนะ กฎเค้าก็ห้ามใช้ ทำไมแกยังใช้มันอีก ทำไมชอบสร้างเรื่องปวดหัวให้ฉันอยู่เรื่อยเลย ก็แค่แวมไพร์คนเดียว แค่ใช้เวทย์ธรรมดาก็ช่วยได้แล้ว รีบๆ กลับมาได้แล้ว'
 
 
 
 
 
"ไม่ใช่แค่แวมไพร์!!! แต่มัสซีเป็นคนรักของผมนะ"  โทมัสรู้สึกโกรธที่พ่อของตัวเองพูดถึงมัสซีเหมือนเป็นแค่สิ่งๆ หนึ่ง ไม่ใช่คน แม้ว่าจะเป็นแวมไพร์ แต่สำหรับเค้า มัสซีคือคนที่ำสำคัญที่สุด
 
 
 
 
 
 
 
'..........'
 
 
 
 
 
 
 
"เฮ่อ.........แล้วผมจะกลับไปทันตามที่ศาลนัดครับ พ่อไม่ต้องห่วงครับ" โทมัสกดวางสาย ถอนหายใจยาวเหยียด เค้าลืมตัวพูดในสิ่งที่ไม่สมจะพูดออกไปเสียแล้ว แต่เค้าก็คิดว่ายังไงสักวันพ่อเค้า็ต้องรู้อยู่ดี จะรู้ตอนนี้ก็ไม่สำคัญแล้ว
 
 
 
 
 
 
 
 
 
"แม่ครับ"  โทมัสตัดสินใจกดโทรศัพท์อีกครั้งหารีน่าแม่ของตน โทมัสเงียบเสียงไปนานกว่าจะพูดออกมา
 
 
 
 
"ผมขอโทษที่ทำให้แม่เสียใจ แต่ผมคิดว่าผมทำถูกแล้ว"
 
 
 
 
'แม่รู้ว่าลูกมีเหตุผลที่ทำลงไป ถ้าเป็นแม่ แม่ก็คงทำแบบนั้นเหมือนกัน' เสียงหวานนุ่มกลับตอบมา ทำให้คนฟังรู้สึกอบอุ่นทันที
 
 
 
 
"แม่สบายดีนะครับ ผมอยู่ดูแลมัสซีที่บ้านของเค้า แม่ไม่ต้องเป็นห่วงรวมทั้งเรื่องอื่นๆ ด้วยนะครับ" โทมัสพูดด้วยความเป็นห่วง กลัวแม่จะคิดมาก
 
 
 
 
'จ๊ะ แม่สบายดี ลูกก็รู้ว่าแม่เป็นยังไง แม่ไม่ได้เป็นอย่างที่พ่อพูด ลูกก็อย่าคิดมากเหมือนกัน ดูแลมัสซีให้ดีนะลูก ส่วนเรื่องพ่อ เดี๋ยวแม่จัดการเอง' รีน่าพูดเสียงหวาน แน่นอนว่าเธอและลูกชายโทรคุยกันตลอดตั้งแต่เิกิดเรื่อง เธอจึงรู้เรื่องราวทุกอย่าง โดยที่ฟาร์เซียพ่อของโทมัสไม่รู้เลยสักนิด เพิ่งจะมารู้เมื่อเรื่องเกิดแดงขึ้น เพราะพวกพ่อมดที่โดนโทมัสร่ายคำสาปเข้าโรงพยาบาลเพื่อรักษาตัว
 
 
 
 
"ผมรักแม่นะครับ"
 
 
 
 
'แม่ก็รักลูกจ๊ะ'
 
 
 
 

เมื่อวางสาย โทมัสเดินตรงไปยังเตียงที่มีร่างบอบบางบนหลับอยู่ หน้าอกที่ขยับเป็นจังหวะอย่างสม่ำเสมอ ทำให้รู้ว่าคนที่นอนอยู่หลับสนิท ใบหน้าสีขาวเริ่มดูสดใสขึ้นกว่าเดิม มือหนาเกลี่ยผมสีน้ำตาลแดงที่ตกลงมาเล็กน้อย แล้วก้มลงจูบหน้าผากมนอย่างแผ่วเบา ก่อนจะริมฝีปากหนาจะเลื่อนไปใกล้ข้างหู  กระซิบบอกคนที่นอนอยู่แม้จะรู้ว่าเจ้าตัวจะไม่ได้ยินก็ตาม  แล้วก็พาตัวเองกลับไปนั่งอ่านหนังสือตามเดิม โดยยังคงเงยหน้ามองคนบนเตียงเป็นระยะๆ ด้วยความเป็นห่วง
 
 
 
 
 
 
"รักนะ"
 
 
 
 
 
...............................................
 

Comment

Comment:

Tweet