P.13

 

 

 

เหตุการณ์เลวร้ายสำหรับมัสซีได้ผ่านมาเกือบอาทิตย์แล้ว แม้เจ้าตัวทำตัวเหมือนปกติ แต่สภาพจิตใจของมัสซียังไม่ดีเท่าไร ในตอนกลางคืนมัสซีมักจะผวาตื่นกลางดึกด้วยความกลัว ร่างบอบบางสั่นสะท้าน ใบหน้าเต็มไปด้วยเหงื่อ ร่างกายยังจดจำเรื่องร้ายที่ผ่านมาได้ดี เหมือนเพิ่งเกิดขึ้นไม่กี่ชั่วโมง

 


ร่างกายของมัสซีหายดีเมื่อไม่กี่วันก่อน เมื่อฟื้นจากอาการไข้เพราะพิษบาดแผลภายใน ก็พบเพียงพ่อแม่และพ่อบ้านซีซ่าที่ค่อยดูแลไม่ห่าง ดูเหมือนทุกคนจะไม่พูดถึงโทมัสเลย มัสซีเคยเอ่ยปากถาม แต่ทุกคนก็เลี่ยงไปพูดเรื่องอื่นหรือไม่ก็เดินหนีไปดื้อๆ ถึงพยายามมองหาหรือเฝ้ามองว่าคนที่จะเปิดประตูเข้ามา ก็ไม่มี ไม่เห็นวี่แววของคนๆ นั้นเลย แม้จะจำได้ว่าก่อนจะหลับลึก เค้ายังจับมือโทมัสไว้แน่น ยังจำเสียงกระซิบบอกรักอยู่ข้างหูเบาๆ

 

 


'ไหนว่าจะอยู่ข้างๆ ฉันไง คนโกหก'

 

 


ร่างบางที่ยังนอนบนเตียง เพราะโดนบังคับให้นอนพัก ทั้งๆ ที่ร่างกายดีขึ้นมากแล้ว แต่พ่อและแม่กลับไม่ยอมให้ทำอะไรนอกจากนอนพัก รอกินยา รออาหารที่ซีซ่าเอามาให้ และรอหมอโรโร่มาตรวจอาการทุกๆ 2 ชั่วโมง

 


"นายน้อย คิดอะไรอยู่ครับ" เสียงนุ่มอบอุ่นของหมอโรโร่ดังขึ้น ทำให้มัสซีหลุดออกจากภวังค์ ตอนนี้หมอหนุ่มกำลังตรวจร่างกายของนายน้อยในรอบที่ห้าของวัน

 

 

 

"เมื่อไรผมจะได้ออกไปข้างนอกสักที ผมเบื่อที่จะนอนจะแย่อยู่แล้ว" มัสซีพูดไปทำหน้าบูด

 

"คิก คิก อีกไม่นานครับ รอให้ร่างกายได้ฟื้นสักพัก คาดว่าไม่เกินอาทิตย์ ถ้าร่างกายนายน้อยดีขึ้น ผมก็จะอนุญาตครับ" หมอหนุ่มยิ้มอบอุ่น แต่ยังขำท่าทางของคนไข้ที่ทำหน้าบูดบึ้ง ทำปากเหมือนปลาทอง
 
 

"ผมว่าผมหายดีแล้วนะ เห็นไหมว่ารอยช้ำพวกนี้ก็จางแล้ว แล้วก็ไม่ได้เจ็บแล้วด้วย" มัสซียังคงพยายามอธิบายว่าตนเองหายแล้ว

 

"จะรู้ดีไปกว่าหมอได้ไงครับ"

 

 

"แต่ว่า..."

 

"เอาล่ะครับ วันนี้ตรวจเสร็จแล้ว นอนพักเยอะๆ พรุ่งนี้ผมจะเข้ามาตรวจใหม่ อ่อ อย่าลืมกินยาที่ผมจัดไว้ให้ด้วยนะครับ" หมอหนุ่มพูดจบก็เดินออกจากห้องไปด้วยรอยยิ้มอบอุ่นเช่นเคย

 

 
"นอนจนเป็นหง่อยได้แล้วมั้ง" มัสซีว่าแล้วก็ล้มตัวลงนอน แม้จะไม่มีคนเฝ้าแต่ก็ยังปฏิบัติตามคำส่งหมอโดยดี

 

 

 

..............................................................................

"เป็นไงมั้ง" มายธัสรีบถามถึงอาการของลูกชายสุดที่รักเมื่อเห็นหมอหนุ่มออกมาจากห้อง

 

"ดีขึ้นมากครับ ถ้านายน้อยทานยาตามที่ผมสั่งทุกห้าชั่วโมง เพราะเลือดที่คุณโทมัสให้ มันเพียงพอสำหรับการรักษานายน้อยครั้งนี้แล้วอย่าให้นายน้อยลุกจากเตียงเด็ดขาดนะครับ เพราะภายในกำลังฟื้นสภาพอยู่ ส่วนอาการหวาดผวาตอนกลางคืน ผมจะจัดยาคลายเครียดให้ทานก่อนนอนแล้วครับ นายท่านและนายหญิงไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ แต่สิ่งที่ผมเเห็นในตอนนี้คือนายน้อยเริ่มกังวลเรื่องคุณโทมัสแล้วนะครับ  มันจะไม่ดีต่อการพักฟื้นนะครับ วันนี้ผมขอตัวก่อนครับ พรุ่งนี้ผมจะมาใหม่" โรโร่ก้มหัวเคารพผู้เป็นนายทั้งสองก่อนจะเดินหายไปกับเงามืด
 


เมื่อหมอหนุ่มจากไป ทิ้งให้นายทั้งสองต้องนั่งนิ่ง เพราะรู้อยู่แล้วว่าลูกชายของตนคิดกังวลเรื่องของโทมัสอยู่ แต่ก็ไม่มีใครจะพูดถึงโทมัสให้มัสซีได้ฟัง เพราะเรื่องโทมัสขึ้นศาลยังอยู่ระหว่างตัดสิน เลยไม่อยากให้มัสซีต้องกังวล อีกอย่างเจ้าตัวยังขอร้องไว้จนกว่าเรื่องจะยุติ

 

 

 

"แล้วเราจะทำยังไงดี นายนั้นก็ยังไม่ส่งข่าวมาเลย มันน่านัก" มายธัสพูดกัดฟัน มือหนากำแน่นด้วยความกังวล แม้จะไม่ชอบว่าที่ลูกเขยเท่าไร แต่เมื่อสิ่งที่โทมัสแสดงออกมาระหว่างที่เกิดเรื่องจนถึงทุกวันนี้ สามารถพิสูจน์ว่าโทมัสรักลูกชายของเค้าอย่างจริงใจ จนคุณพ่อสุดหวงลูกชายเริ่มใจอ่อน

 

 

 

"รออีกสักพักเถอะค่ะ เดี๋ยวโทมัสก็ส่งข่าวมาเอง" เนสรี่พูดพร้อมโอบกอดชายผู้เป็นสามีให้กำลังใจแก่กันและกัน การรอฟังข่าวจากโทมัสมันช่างนานเหลือเกิน เธอเองก็อึดอัดใจไม่แพ้สามี เพราะพูดไม่ได้กลัวเรื่องจะกระทบกระเทือนจิตใจลูกชายไปมากกว่านี้

 


................................................


"จากพยานหลักฐานทั้งหมดและพฤติการณ์ทั้งปวง ศาลขอตัดสินว่า นายโทมัส ซี ลานซ์ ไม่มีความผิด ส่วนคำสาปแช่งให้จำเลยถอนเสีย ปิดคดี" สิ้นเสียงของนายศาลสูงสุดของศาลสภาเวทย์ ก็มีเสียงร้องยินดีกับคำตัดสิน

 

 

 

พ่อมดแม่มดต่างเข้ามาฟังการตัดสินคดีนี้ด้วยความสนใจ เพราะเป็นคดีเกี่ยวกับแวมไพร์ พ่อมดแม่มดส่วนใหญ่เข้าข้างโทมัสอย่างเห็นได้ชัด แม้ว่าเหตุการณ์เลวร้ายที่เกิดขึ้นกับพวกพ่อมดแม่มดจะถูกสันนิษฐานว่าเป็นฝีมือของแวมไพร์ก็ตาม ถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้ข้อสรุป แต่เกือบทุกคนเห็นว่าสิ่งที่พวกพ่อมดที่ก่อเรื่องนั้น ทำเกินไป อีกทั้งเป็นกลุ่มที่ทุกคนเริ่มเอือมระอาถึงกิตติศัพท์ในทางไม่ดีอยู่แล้ว จึงถือว่าเป็นการลงโทษพวกนั้นไปในตัว

 

 

 

 

 

"ยินดีด้วยนะครับ"

 

"ยินดีด้วยค่ะ"

 

"ยินดีด้วยครับ เพราะลูกชายของคุณเป็นคนดี"

 

"พระเจ้าย่อมเห็นว่าสิ่งใดถูกต้อง"

 

 

พ่อมดแม่มดต่างเข้ามาแสดงความยินดีกับฟาร์เซีย และรีน่าที่ยืนรอลูกชายหลังจากจบการตัดสินของศาล โทมัสต้องไปร่ายเวทย์ถอนคำสาปก่อนถึงจะออกมาได้  รีน่ายิ้มกว้างโบกมือเรียวขึ้นเมื่อเห็นลูกชายเดินออกมาจากห้อง ใบหน้าคมเข้มของเด็กหนุ่มมีรอยยิ้มดีใจฉายอยู่  เดินเข้ามาหาพ่อและแม่ของตน

 

 

 

"เรียบร้อยไหม" ฟาร์เซียเอ่ยถามลูกชายถึงการร่ายเวทย์ถอนคำสาป

 

"เรียบร้อยครับ" โทมัสตอบเรียบๆ ก่อนจะโอบกอดผู้เป็นแม่ เสียงหวานกระซิบเบาๆ ข้างหู 'ถึงลูกจะถอนคำสาปแล้ว แต่สิ่งที่พวกนั้นได้รับ สาสมที่พวกนั้นทำกับมัสซี' รีน่าเผยรอยยิ้มที่ดูโหดออกมานิดหนึ่งก่อนจะเปลี่ยนรอยยิ้มหวานเหมือนเดิม

 

"งั้นกลับบ้านกันเลยดีกว่า" รีน่าพูดชวนทุกคนกลับบ้าน ด้วยเห็นว่าลูกชายคงเหนื่อยมาก เพราะการพิจารณาครั้งนี้ใช้เวลาเกือบอาทิตย์ถือว่าเป็นการตัดสินที่รวดเร็วคดีหนึ่งเลยทีเดียว แต่ตลอดระยะที่อยู่ระหว่างตัดสินโทมัสไม่ได้กลับบ้านเลย สภาพของลูกชายดูโทรมไปถนัดตา
 
 

"ผมขอตัวไปหามัสซีก่อนนะครับ"

 

"อย่าเพิ่งเลยลูก กลับบ้านไปพักก่อน สภาพแบบนี้ไม่ควรให้มัสซีได้เห็นนะ แล้วลูกจะไปดูแลมัสซีได้ยังไง ในเมื่อตัวเองยังไม่พร้อมพรุ่งนี้ค่อยไปหานะ แล้วมัสซีก็ดีขึ้นมากแล้ว คุณเนสรี่โทรบอกแม่ทุกวันเลย นะแม่ขอร้อง" รีน่าอยากให้ลูกชายพักผ่อนให้เต็มที่ก่อนจะไปหาคนรัก แม้จะรู้ว่าลูกชายของตนจะร้อนใจแค่ไหนก็ตาม
 
 

"โทรบอกข่าวก่อนก็ได้นิ แล้วพรุ่งนี้ค่อยไป" ฟาร์เซียพูดขึ้น แล้วเดินนำหน้าไปยังประตูอุโมงค์เวทย์ ทิ้งให้โทมัสและรีน่าต้องมองหน้ากัน ด้วยความไม่เชื่อที่จะได้ยินจากปากของคนที่เป็นพ่อและสามี

 

"ครับ!!!" โทมัสรีบตอบรับแล้วหันไปยิ้มกว้างกับแม่ของตน ก่อนจะพากันเดินตามผู้นำครอบครัวเพื่อเดินทางกลับบ้าน

 

 

.............................................................


"ลูกแม่ เป็นไงมั้งจ๊ะ ดีขึ้นไหม" เสียงหวานอบอุ่นทักขึ้นเมื่อเข้ามาในห้องนอนของลูกชาย

 

"ดีขึ้นมากแล้วรับท่านแม่" มัสซีพยายามชันตัวลุกขึ้นนั่ง เนสรี่จึงรีบเข้ามาประคองให้นั่งในท่าที่สะดวกยิ่งขึ้น

 

"แม่รู้ว่าลูกเป็นกังวลเรื่องโทมัสใช่ไหม" รอยยิ้มหวานส่งมาให้ลูกชายสุดที่รัก

 

"อืม" มัสซีตอบเสียงเบาๆ พยักหน้าเล็กน้อย ในใจเค้ากังวลเรื่องโทมัสจริงๆ อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมโทมัสจึงหายไป ไม่มาดูแลเค้า

 

"ถ้าแม่เล่า ลูกอย่าคิดมากนะ เพราะทุกอย่างจบลงด้วยดี ไม่มีอะไรให้กังวล"

 

"ครับ?"

 

"สัญญาสิ"

 

"สัญญาครับ"

 

"เรื่องที่เกิดขึ้นกับลูก โทมัสได้ไปช่วยลูกเอาไว้ แต่โทมัสร่ายเวทย์คำสาปแช่งโบราณจนพวกนั้นต้องบาดเจ็บสาหัส และการใช้เวทย์นั้นทำให้เค้าต้องขึ้นศาล"

 

"เป็นเพราะลูก แล้วทำไมไม่มีใครจะบอกลูกเรื่องนี้เลยรึครับ" มัสซีทำหน้าเศร้า เพราะรู้ว่าตัวเองเป็นต้นเหตุ

 

"ไม่ใช่จ๊ะ ลูกไม่ผิด โทมัสก็ไม่ผิด คนที่จะผิดก็คือพวกนั้นต่างหาก แล้วศาลก็ตัดสินว่าโทมัสไม่มีความผิด ที่ท่านพ่อกับแม่ไม่บอกลูกก็เพราะโทมัสเค้าขอไว้ เค้าไม่อยากให้ลูกเป็นกังวล แล้ววันนี้เค้าก็เพิ่งส่งข่าวมา แม่ก็เลยมาบอกลูกไงจ๊ะ" มือเรียวนุ่มลูกหัวลูกชายเบาๆ

 

"ทีนี้ก็หายกังวลแล้วใช่ไหม สบายใจแล้วก็นอนพักดีกว่าเนอะ" เนสรี่บอกลูกชายให้นอนพัก

 

"อ้าว ซีซ่า ถึงเวลาทานยาแล้วเหรอ งั้นทานยาก่อนนอนนะ เดี๋ยวแม่ป้อนเอง" เนสรี่ทักพ่อบ้านซีซ่าที่เดินเข้ามาพร้อมถาดยาในมือ  มัสซีทำหน้าเบ้เมื่อรู้ว่าต้องกินยา แม้จะรสชาติเหมือนขนมหวานแต่กลิ่นและสีของมันก็ไม่ชวนอยากกินเท่าไร แต่ก็ยอมกินแต่โดยดี

 

"คราวนี้ก็นอนได้แล้ว ฝันดีนะจ๊ะเด็กน้อยของแม่" เนสรี่จูบหน้าผากลูกชายเบาๆ ก่อนดึงผ้าห่มผืนหนาห่มร่างบอบบางให้ความอบอุ่นแล้วเดินออกจากห้องไป

 

..........................................................

Comment

Comment:

Tweet