P.14

 

 

 

แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก!!!

 

 

 

 "บ้า ชิบ!!!" ชายหนุ่มผมแดงเพลิง หันซ้ายหันขวา ยืนหลบอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ใจกลางป่าลึก ร่างสีขาวซีดยังยืนหอบไม่หยุด เลือดสีแดงเข้มไหลอาบแขน แต่ความเจ็บปวดที่บาดแผลก็ไม่สามารถทำให้ซูม่าหยุดอยู่ตรงนี้ได้ เค้าต้องรีบกลับไปรายงานเรื่องสำคัญต่อนายใหญ่ตามที่ได้มอบหมายไว้

 

 

 

แวม ไพร์หนุ่มซูม่า ยืนนิ่งเรียกสมาธิให้แน่วแน่ นัยน์ตาสีเขียวเข้มแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงสด แววตาดุดันตามสันชาติญาณของแวมไพร์ เขี้ยวแหลมโผล่ออกมาเมื่อแสยะยิ้มมุมปาก เหมือนรอคอยสิ่งที่เค้ากำลังหนีมา ซูม่าได้กลิ่นสาปเหม็นตามสายลมที่พัดผ่านมา ทำให้รู้ว่ามันเข้ามาใกล้มากแล้ว แต่แล้วชายหนุ่มต้องตัดสินใจหายตัวไปในความมืด เมื่อตระหนักถึงคำสั่งที่ได้รับมีเพียงแค่ให้สืบเรื่องเท่านั้น ถ้าเค้าคิดจะสู้ เค้าก็สามารถล้มมันได้อย่างง่ายดายด้วยพลังกำลังที่มี แต่เพราะเค้าประมาทไปหน่อย จึงถูกพวกมันจู่โจมได้รับบาดแผลลึกยาวที่แขน แม้เค้าเป็นแวมไพร์ที่รักษาอาการบาดแผลได้รวดเร็ว แต่เพราะพิษของมันทำให้การรักษาตัวจึงช้าลงอย่างมาก

 

 

 

..............................................................................................

 

 

 

“ว่าไง ได้เรื่องไหม”

 

 

 

“ครับ” ซูม่าแสดงตัวออกจากมุมมืดของห้อง ตอนนี้เค้ามาอยู่ที่ห้องทำงานของมายธัสผู้เป็นนายของตน

 

 

 

“เรื่อง ที่ให้ผมไปสืบ เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับพวกนั้น ไม่ใช่ฝีมือของฝ่ายเราครับ เพราะผมได้เจอตัวต้นเหตุแล้ว ‘อีก้าคอน’ คาดว่ามันจะเริ่มบุกเข้าเมืองในอีกไม่กี่วัน จากที่ผมประเมินจากสายตา”

 

 

“จำนวนเท่าไร?”

 

 

 

“ประมาณ 500 ครับ”

 

 

 

 

“อืม..... เยอะพอดูเลยนิ ต้องรีบแจ้งข่าวนี้ให้สภาแวมไพร์แห่งชาติโดยด่วน  เดี๋ยวจะไม่ทันการณ์   สงสัยงานนี้ต้องร่วมมือกับสภาเวทย์ เพราะคนของเราไม่พอ      นั่น!!! เธอได้รับบาดเจ็บนิ ฉันบอกให้ระวังตัว ทำไมเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้ เฮ้อ... แล้วฉันจะบอกพ่อเธอว่าไงดีเนี้ย เอาเหอะ..... รีบไปทำแผล ส่วนเรื่องนี้ฉันจะมอบให้คนอื่นไปทำแทน เธอก็ไปพักได้” มายธัสมองเด็กหนุ่มที่ตนเองคิดเหมือนหลานคนหนึ่งอย่างเป็นห่วง เมื่อเห็นเลือดไหลลงมาตามแขนข้างหนึ่งของเด็กหนุ่ม ที่สั่งให้ไปสืบเพราะเห็นว่างานนี้ไม่น่าจะมีปัญหาแม้จะเสี่ยงสักหน่อยก็ตาม แต่ด้วยอยากจะฝึกเจ้าตัวให้ทำงานเก่งขึ้น เพื่อต่อไปจะได้รับช่วงต่อจากเค้า ส่วนมัสซีก็ยังเด็กไม่อยากให้เข้ายุ่งกับเรื่องพวกนี้เท่าไรนัก

 

 

 

“แต่ว่า....”  ซูม่าเริ่มยืนตัวสั่นน้อยๆ เริ่มจะทนพิษที่กระจายทั่วบาดแผลไม่ไหว เพราะซูม่ารีบมารายงานก่อนจะกลับไปทำแผล

 

 

“ไม่ต้องมาแต่ ฉันไม่อยากฟังเนสรี่บ่นอีก” มายธัสโบกมือปัดๆ ไล่ให้ไปพัก

 

 

 

“ครับ” ซูม่าก้มหัวคำนับก่อนจะถอยกลับไปยังมุมมืดแล้วหายตัวไป

 

 

 

“เฮ้อ..... ให้มันได้ยังงี้สิ  ไทน์ รับช่วงต่อจากซูม่า ไปจัดการที่เหลือด้วย เดี๋ยวฉันจะต้องเข้าประชุมด่วน เตรียมพร้อมให้ดี ฉันว่ามันจะเกิดเร็วกว่าที่เราคิดไว้” มายธัสพูดขึ้น ทั้งๆ ที่ไม่มีใครอยู่ในห้องนอกจากตัวเอง

 

 

“ครับ นายท่าน” เสียงของแวมไพร์หนุ่มลูกน้องคนสนิทตอบรับจากมุมมืดของห้องแล้วหายตัวไปจากห้องทันที

 

 

 

 

................................................

 

“พ่อครับ”

 


“อ้าว ซูม่า  เพิ่งกลับมาหรอ มาลูกมา นั่งก่อนนะ พ่อกำลังเตรียมอาหารและยาให้นายน้อยอยู่พอดี”  ซีซ่าเงยหน้าขึ้นจากถาดอาหารก็เห็นลูกชายของตัวเองยืนพิงประตูส่งรอยยิ้มมา ให้

 

 

ซู ม่าพยักหน้ารับ เดินมานั่งที่โต๊ะเตรียมอาหาร มองดูพ่อของตนกำลังง่วนอยู่กับการจัดเตรียมอาหารอยู่  แขนที่มีบาดแผลก็เริ่มจะชาจนไม่รู้สึกเจ็บ แต่เลือดก็ยังไหลไม่หยุด เปลือกตาเริ่มจะหนัก จนอยากจะฟุบหน้าลงนอน

 

 

“ซู ม่า เป็นอะไรหรือเปล่า เอะ!!! ลูกได้รับบาดเจ็บนิ ทำไมไม่รีบบอกพ่อล่ะ  ไหนขอดูหน่อยสิ” ซีซ่ารีบเข้าดูแผลที่แขนของลูกชาย ก็เห็นว่าเป็นบาดแผลลึกยาว รอบๆ ปากแผลมีสีม่วงคล่ำ แถมเลือดยังไหลไม่หยุด  แถมดูเหมือนสีม่วงคล่ำจะขยายวงกว้างออกไปเรื่อยๆ ตามเส้นเลือด

 

 

 

“แบบนี้มัน............. รอก่อนนะ อย่าเพิ่งหลับนะ” ซีซ่ารีบหายออกจากห้อง แล้วก็กลับมาพร้อมกระปุกสีแดงขนาดพอดีมือ

 

 

 

“อ๊าคคคคค”

 

 

 

“อด ทนหน่อย” ซีซ่ารีบป้ายยาเมือกสีแดงสดลงบาดแผลทันที ยาเมือกเป็นยาที่ทำมาจากสมุนไพรโบราณผสมเลือดค้างคาวและพิษของงู ใช้รักษาบาดแผลที่ถูกพิษร้ายแรง มันจะมีคุณสมบัติดูดพิษออกหมด แถมจะสมานแผลได้เป็นอย่างดี แต่มันทำให้คนที่รักษาเจ็บปวดมากๆ ด้วยฤทธิ์ของมันเอง

 

 

 

“เอาล่ะ ที่นี้ก็ไม่เป็นไรแล้ว” ซีซ่าพูดอย่างโล่งอก เมื่อเห็นสีม่วงคล่ำเริ่มจางหาย แต่สีหน้าของลูกชายก็ยังไม่ดีขึ้น

 

 

 

“พ่อว่าลูกไปนอนพักดีกว่านะ เดี๋ยวพ่อจะตามหมอโรโร่มาดูอาการดีกว่า”

 

 

 

“อืม” ซูม่ารับคำแล้วพาตัวเองไปยังห้องนอนด้วยแรงที่เหลือเพียงน้อยนิด

 

 

 

 

“เอ่อ!!! พ่อลืมไปว่าหนูคีย์รอลูกอยู่ในห้องนะ” ซีซ่าตะโกนบอกลูกชายเมื่อนึกได้ว่าคนรักของลูกมาเยี่ยมนายน้อย แล้วอยู่รอเจอซูม่า แต่สงสัยจะไม่ได้ยินเพราะซูม่าเดินเข้าห้องไปรีบร้อยแล้ว

 

 

 

............................................

 

 

 

“ซู ม่า  นายเป็นอะไร ไปโดนอะไรมา” เสียงเล็กดังขึ้น เมื่อคีย์เห็นซูม่าเข้ามาในห้อง แล้วจะล้ม จึงรีบเข้าไปประคอง เสื้อที่ซูม่าใส่รอยเลือดปรากฏอยู่เต็ม คีย์จึงพยุงร่างคนรักไปยังที่เตียง

 

 

 

“มันเกิดอะไรขึ้น บอกฉันมาเด๋วนี้นะ” คีย์ถามขึ้น สายตายังมองที่แขนของซูม่าที่ตอนนี้มีผ้าพันไว้แล้วแต่ยังมีเลือดซึมออกมาอยู่

 

 

 

“ไม่ มีอะไร ฉันหกล้ม แล้วโดนมีดบาดนะ ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกคนดี” ซูม่าพูดยิ้มน้อยๆ มือหนาลูบใบหน้าหวานของคนรักเบาๆ ซูม่าพูดปดออกไป เค้าไม่พูดความจริงให้คีย์ได้รู้ว่าเค้าถูกอีก้าค่อนทำร้ายมา เพราะคีย์เป็นแค่มนุษย์ธรรมดาเท่านั้น ที่สำคัญคีย์ยังไม่รู้ว่าเค้าเป็นอะไรเช่นกัน

 

 

 

“จริง หรอ ทำไมถึงซุ่มซ่ามแบบนี้นะ ไปหมอดีกว่าไหม ท่าทางนายยังไม่ดีขึ้นเลยนะ” คีย์พูดด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงและกังวล เมื่อยังเห็นเลือดที่ซึมออกมาตามผ้าพันแผล

 

 

 

“เด๋วหมอโรโร่จะมาดูให้ ไม่ต้องห่วง”

 

 

 

“แน่ใจนะ ว่าจะไม่ไปโรงพยาบาล”

 

 

 

“อืม”

 

 

 

“ก้ม หน้ามาใกล้ๆ ฉันหน่อยสิ” ซูม่าบอกให้คีย์ที่นั่งอยู่ข้างเตียงก้มหน้า ทันทีที่คีย์ก้มหน้าเข้าไปใกล้ ซูม่าก็จูบคีย์ทันที ตอนแรกคีย์ก็ตกใจขัดขืนบ้าง แต่สุดท้ายก็จูบตอบด้วยความโหยหา

 

 

 


“อะแฮ่ม!!!”

 

 

 

เสียง นุ่มดังขึ้น ทำให้คนทั้งสองต้องรีบผละออกจากกัน คีย์อายจนหน้าแดง เมื่อเห็นคนที่ทักเป็นซีซ่าและอีกคนที่ยืนข้างๆ ซึ่งคีย์เดาว่าน่าจะเป็นคุณหมอโรโร่ที่ซูม่าบอก

 

 

 

“ได้ กำลังใจดีขนาดนี้ คงไม่เป็นไรแล้วมั้ง ซูม่า” โรโร่ได้ทีก็แซวน้องชายที่นอนยิ้มอยู่บนเตียงด้วยใบหน้าขาวซีดกว่าปกติ ซูม่าและโรโร่ห่างกันไม่กี่ปี และเคารพกันเป็นพี่เป็นพี่น้อง แม้จะไม่ได้มีพ่อแม่เดียวกันก็ตาม

 

 

“แน่นอนสิ” ซูม่าไม่มีท่าทีเขินอาย แต่คนที่อายหนักกว่าเดิมกลับเป็นคนร่างเล็กที่ยืนหน้าแดงข้างๆ เตียงแทน

 

 

 

“พ่อ ว่า หนูคีย์ออกไปรอข้างนอกก่อนดีไหมครับ” ซีซ่าเรียกแทนตัวเองว่าพ่อ บ่งบอกให้รู้ว่าเค้ายอมรับคีย์เป็นลูก แทนจะเรียกตัวเองว่า ‘กระผม’ เหมือนแต่ก่อน

 

 

“ครับ” คีย์เดินตามซีซ่าออกไปเพื่อให้โรโร่ตรวจคนบาดเจ็บได้สะดวก

 

 

 

“คุณซีซ่าครับ”

 

 

“เรียกพ่อสิ”

 

 

“เอ่อ......พ่อซีซ่าครับ แล้วซูม่าจะเป็นอะไรมากไหมครับ” คีย์พูดด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล มองไปยังห้องนอนซูม่าเป็นพักๆ

 

 

 

“ไม่เป็นไรหรอก หมอโรโร่กำลังดูอยู่ อย่ากังวลเลย”

 

 

 

“ไม่รู้ไปทำท่าไหน ถึงโดนมีดบาดได้นะครับ สงสัยจะลึกมาก เลือดซึมไม่หยุดเลย”

 

 

 

 

“มีด บาด? อ่อ...อืม มีดบาด ซูม่าซุ่มซ่ามเป็นประจำ พ่อก็คอยเตือนให้ระวังแล้วก็ยังเป็นอยู่ สงสัยจะต้องให้หนูคีย์ค่อยเตือนต่อแล้วล่ะ” ซีซ่าพูดยิ้มอบอุ่นให้คีย์

 

 

 

“ครับ!!!” คีย์เผยรอยยิ้มกว้างสดใส หัวใจพองโตอย่างบอกไม่ถูก

 

 

 

...................................................

 

 

 

“เนี้ย ทำไมไม่ยอมรักษาบาดแผลก่อน อย่างน้อยก็รีบกินยากันไว้ก่อนก็ได้นิ แล้วค่อยไปรายงานกับนายท่าน” โรโร่พูดขึ้นขณะกำลังพันผ้าพันใหม่ ดีที่พ่อซีซ่าใช้ยาได้ทันก่อนพิษจะลามไปทั่ว ไม่งั้นจะแย่กว่านี้

 

 

“ก็มันรีบนิ เรื่องด่วนขนาดนั้นจะช้าไม่ได้”

 

 

“แค่ แวปกินแปปเด๋วมันจะเสียเวลาขนาดไหนกันเชียว นายเนี้ยนะ ดูแลตัวเองให้ดีสิ ฉันขี้เกียจรักษาให้แล้วนะ ตั้งแต่เล็กจนมีเมียแล้วเนี้ย น่าเบื่อจริงๆ เลย มีน้องอย่างนายเนี้ย” โรโร่พูดบ่นไปเรื่อยเปื่อย แต่ในใจจริงเค้าก็เป็นห่วงน้องชายคนนี้ไม่น้อย

 

 

“โห อะไรกัน แค่นี้เอง ฉันก็ไม่ได้มีแผลให้นายต้องรักษาบ่อยสักหน่อย ก็แค่หกล้มตอน 5 ขวบ โดนมีดอาคมของพ่อบาดตอน 6 ขวบ โดนต้นหญ้ามีพิษตอน 10 ขวบ แล้วก็....”

 

 

 

 

“ไปตีกะพวกมนุษย์ ได้แผลมาเพราะไม่ยอมใช้พลังแวมไพร์  แล้วก็เวลาไปทำงานตามที่นายท่านสั่ง นายก็ชอบหาเรื่องได้แผลทุกที”

 

 

 

“ก็ได้ๆ ฉันมันไม่ระวังเอง คราวหลังจะระวังล่ะกัน ชิ”

 

 

 

“ดีมาก อย่างน้อยก็สงสารคีย์มั้ง  ว่าแต่....คนนี้เอาจริงหรอ” โรโร่พันแผลเสร็จก็เริ่มเก็บอุปกรณ์ทางการแพทย์เข้ากระเป๋าใบน้อย

 

 

 

“อืม คนนี้จริงจัง”

 

 

 

“แต่เค้าเป็นมนุษย์นะ แล้วคีย์รู้หรือเปล่าว่าพวกเราเป็นอะไร”

 

 

ซูม่าส่ายหน้าเป็นคำตอบ แววตาฉายความกังวลเล็กน้อย

 

 

“ถ้าคีย์ถาม บอกว่าฉันโดนมีดบาดนะ”

 

 

“ได้ แต่เรื่องคีย์ จะเอาไง คิดให้ดีนะ”

 

 

 

“อืม” ซูม่าคิดเรื่องนี้อยู่ตลอดเวลาตั้งแต่เค้าคบกับคีย์ ตอนนี้เค้าก็ยังหาทางออกไม่เจอ กลัวว่าร่างเล็กจะรับเรื่องของเค้าไม่ได้ เค้าคงทนไม่ได้ถ้าคีย์ต้องจากเค้าไปจริงๆ แต่เค้าก็จะบอกความจริงให้ร่างเล็กรู้สักวัน แต่เมื่อไรนั้นยังไม่รู้

 

 

 

“เอา ล่ะ ยาเนี้ยต้องทาทุกๆ 5 ชั่วโมง แล้วก็ยากินด้วย เด๋วฉันจะให้พ่อซีซ่าไว้ อย่าลืมกินล่ะ ไม่งั้นจะโดนดีไม่ใช่น้อย ฉันกลับก่อนล่ะ ดูแลตัวเองด้วย”

 

 

 

“ขอบคุณนะ” ซูม่ากล่าวขอบคุณ มองโรโร่เดินออกจากห้องไป แล้วล้มตัวลงนอน

 

 

 

 

................................

 

“เจ็บ มากไหม” คีย์เข้ามาให้ห้องเมื่อหมอโรโร่จากไปสักพัก มือเล็กลูบเบาๆ บนผ้าพันแผลที่ยังเห็นเลือดซึมเล็กน้อย แม้จะเพิ่งเปลี่ยนผ้าพันแผลใหม่ก็ตาม

 

 

“ไม่หรอก ได้กำลังใจจากคีย์ แค่นี้เรื่องจิ๊บๆ” ซูม่ายิ้มให้ร่างเล็กที่กำลังมองดูแผลของตัวเองอยู่

 

 

 

“คืนนี้ค้างที่นี่นะ” ซูม่าพูดพร้อมมือหนาจับมือเล็กไว้ มองหน้าคนรักด้วยสายตาอ้อนวอน

 

 

 

“อืม” คีย์พยักหน้าน้อยๆ ใบหน้าหวานเริ่มมีสีแดงระเรื่อ ด้วยความอายเพราะถูกจ้องหน้าด้วยสายตาที่หวานเชื่อม

 

 

 

“เห็นว่าเจ็บอยู่นะ จะค้างดูแลนายให้ก็ได้” คีย์พูดแก้อาย ซูม่ามองคนรักด้วยรอยยิ้มน้อยๆ

 

 

 

 

 

 ..........................................................

 

Comment

Comment:

Tweet