P.18





แสงแดดของเช้าวันใหม่สดใสสาดส่องเข้ามาในห้องนอนที่เงียบสงบ มีเพียงเสียงหายใจเข้าออกสม่ำเสมอของคนสองคน อุณหภูมิของห้องเพิ่มขึ้นตามแรงของแสงที่เข้ามาแม้จะเป็นแสงแดดอ่อนๆ คนที่นอนหลับอย่างเต็มอิ่มปรือตาขึ้นเมื่อแสงตกกระทบกับใบหน้าเหมือนจะเร่งให้ตื่น ทั้งๆ ที่ไม่มีความจำเป็นต้องตื่นเลยสักนิด เพราะยังไงก็ต้องโดนบังคับให้นอนพักบนเตียงเหมือนเช่นทุกวัน ร่างบางกระพริบตาถี่ๆ เพื่อปรับสายตาให้เข้ากับแสงในตอนเช้า พอจะยกมือขึ้นเพื่อบิดตัวขับไล่ความเมื่อยกลับไม่สามารถทำได้ มัสซีเพิ่งรับรู้ถึงน้ำหนักที่ทับบนลำตัวของตัวเอง ก่อนกวาดสายตามองหาต้นเหตุก็พบลำแขนแกร่งของใครบางคนวางพาดผ่านลำตัวของตนไว้ แล้วมองไล่ขึ้นไปจนพบว่าเจ้าของลำแขนที่นอนโอบกอดเค้าอยู่นั้นคือใครบางคนที่เฝ้าคิดถึงมานาน ใบหน้าหวานขาวซีดเผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย ค่อยๆ ดึงมือของตัวเองออกจากการกุมมือของอีกฝ่ายเพื่อไม่ให้สะดุ้งตื่น มือเรียวปัดปอยผมสีดำที่ตกมาปรกใบหน้าเข้มเพื่อให้เห็นคนข้างกายได้เต็มตา



"อืม..." เสียงครางเปล่งออกมาก่อนเจ้าของผมสีดำจะขยับตัวเล็กน้อย ลำแขนแกร่งขยับกำชับคนในอ้อมกอดแน่นขึ้น แต่ยังคงหลับเมื่อเดิมไม่ยอมตื่น



มัสซีรู้สึกถึงความสุขที่เปี่ยมล้นหัวใจ ความคึดถึง ความเหงาและความกังวลที่เกาะกุมหัวใจของแวมไพร์หนุ่มหน้าหวานตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมามลายหายไปสิ้น เมื่อมองหน้าโทมัสชายหนุ่มคนที่เข้ามาวุ่นวายกับชีวิตของเค้า คนที่ทำพันธะสัญญาบ้าๆ กับเค้า คนที่เค้าคิดถึงเป็นคนแรกเมื่อตกอยู่ในอันตราย คนที่สัญญาว่าจะอยู่เคียงข้างเค้าตลอดไป ตอนนี้ได้มานอนอยู่ข้างๆ ตัวเค้าแล้ว



"นอนต่ออีกหน่อยเหอะ ยังเช้าอยู่เลย" เสียงทุ้มนุ่มดังขึ้นทำให้มัสซีรู้สึกตัวว่าตอนนี้โทมัสลืมตาตื่นแล้ว และกำลังมองหน้าเค้าตอบพร้อมรอยยิ้มอบอุ่น มัสซีจึงขยับตัวหันหน้าเข้าหาอกอุ่น จัดตัวเองให้อยู่ในท่านอนที่สบาย



"มาเมื่อไร แล้วทำไมไม่ปลุก" เสียงเล็กอู้อี้ถาม เงยหน้ามองร่างสูงที่ตอนนี้กอดตัวเองอยู่


"หืม...มาเมื่อคืน เห็นนายหลับสบายก็เลยไม่อยากปลุก" โทมัสก้มลงจูบหน้าผากคนถามเบาๆ แล้วหลับตาเริ่มเข้าสู่ห้วงนิทราอีกครั้ง


"หรอ...งั้นหลับต่อเหอะ" มัสซีสังเกตุสีหน้าที่ดูอิดโรยของคนร่างสูง จึงไม่คิดจะถามอะไรต่อแม้มีเรื่องอยากจะถามตั้งมากมาย แต่ก็ปล่อยให้โทมัสเข้าสู่ห้วงนิทราโดยที่ตัวเองก็เริ่มง่วงตามเหมือนกัน
.
.
.
.
.
.
"มัสซี หมอขอตรวจหน่อยนะ อ้าว..." หมอแวมไพร์หนุ่มโรโร่เข้ามาในห้องเพื่อตรวจร่างกายของมัสซีเป็นครั้งสุดท้าย เพราะล่าสุดที่ตรวจร่างกายของมัสซีเกือบหายเป็นปกติพร้อมกับยาที่ให้กินก็หมดพอดี วันนี้จึงจะมาตรวจเพื่อสรุปสภาพร่างกายว่าหายเป็นปกติแล้วจริงๆ


โรโร่มองร่างของคนสองคนที่นอนอยู่บนเตียง เสียงหายใจเป็นจังหวะสม่ำเสมอทำให้รู้ว่าทั้งสองคนหลับลึก จนไม่รู้ว่ามีคนเข้ามาในห้อง หมอหนุ่มยิ้มบางก่อนจะออกจากห้องไป ปล่อยให้คนสองคนอยู่ในห้วงนิทราในห้องที่อวบอวลเต็มไปด้วยความสุข



.................................................


"อ้าวหมอ ตรวจเสร็จแล้วหรอ  ทำไมเร็วจังเลย" เสียงของนายใหญ่ของบ้านและนายใหญ่ของหมอหนุ่มดังขึ้น เมื่อเห็นหมอโรโร่เดินลงมาจากห้องนอนของลูกชาย


"ยังหรอกครับ ให้เวลาพวกเขาได้นอนอีกสักพัก ประเดี๋ยวค่อยขึ้นไปตรวจก็ได้ครับ" หมอหนุ่มโค้งหัวเคารพผู้เป็นนาย ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาตรงข้ามนายใหญ่ที่กำลังอ่านหนังสือพิมพ์ข่าวเศรษฐกิจประจำวัน


"พวกเขา?" มายธัสเงยหน้าขึ้นจากหนังสือพิมพ์ด้วยใบหน้าสงสัย


"ก็นายน้อยกับโทมัสไงครับ สงสัยจะเหนื่อยจากภารกิจเมื่อคืน หลับลึกทั้งคู่เลยครับ" โรโร่ตอบด้วยเสียงนุ่มนวล รอยยิ้มฉาบบนใบหน้า คำพูดที่ฟังดูแล้วชวนคิดไปได้หลายทาง จนสีหน้าที่นายใหญ่ที่ขี้หวงลูกชายเริ่มบึ้งตึง


"เดี๋ยว!!!  ภารกิจอะไร?  อย่าบอกนะว่า ฮึม!!!" มายธัสสีหน้าเริ่มแดงกล่ำด้วยความโกรธ ขย้ำหนังสือพิมพ์ในมือก่อนจะลุกพรวดพราดเดินขึ้นไปยังห้องลูกชาย ส่วนโรโร่แอบขำคิกคักที่เห็นอาการขี้หวงของนายใหญ่ของตน


"คุณจะไปไหนค่ะ" เสียงหวานของภรรยาสาวดังขึ้น ทำให้มายธัสชะงักค้างอยู่กับที่หันมามองต้นเสียง เนสรี่เดินเข้ามาพร้อมพ่อบ้านซีซ่าที่ถือถาดน้ำชาและขนมมาเสริฟ์คุณหมอแวมไพร์ มือเรียวดึงมือของสามีให้นั่งลงตามเดิม



"ก็ไปดูลูกไง"



"จะไปดูทำไมค่ะ ปล่อยให้เด็กๆ ได้นอนพักอีกสักหน่อย"


"แต่ว่า..."


"ภารกิจที่ว่า ก็เรื่องปฏิบัติการจู่โจมสีเทาไงค่ะ แล้วเมื่อคือโทมัสก็มาเสียดึก สงสัยจะใช้พลังเวทย์มากเกินไป ปล่อยให้นอนพักแบบนั้นแหล่ะดีแล้วค่ะ จริงไหมโรโร่ เอ๋...หรือว่า คุณคิดว่าภารกิจที่หมอโรโร่พูดคืออะไร" เนสรี่ยกถ้วยชาขึ้นจิบเหล่มองหน้าสามีด้วยรอยยิ้มหวาน ก่อนจะหันมายักคิ้วเล็กๆ ให้หมอหนุ่ม โรโร่พยักหน้าตอบหยิบขนมเข้าปาก


"ก็นึกว่า...แต่ถ้าเป็นเรื่องเมื่อคืนก็ปล่อยไว้ก็ได้ ชิ" มายธัสพูดเสียงอ่อน ไม่ดึงดันจะขึ้นไปดูลูกชายที่ห้อง แต่สีหน้ายังคงบูดกระฟัดกระเฟียดอย่างไม่สบอารมณ์ เนสรี่และโรโร่มองหน้ากันแอบหัวเราะคิกคักเมื่อเห็นอาการของคนขี้หวง


"ว่าแต่ เมื่อคืนก็เหนื่อยเหมือนกันนะค่ะ" เสียงหวานดังขึ้นเมื่อเห็นทุกคนนั่งจิบชาอย่างเงียบๆ


"อืม ดีนะที่ฝ่ายเราร่วมมือกับฝ่ายสภาเวทย์ ไม่งั้นคงจะแย่" มายธัสพูดน้ำเสียงจริงจัง


"ผมว่าพวกเราโชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บร้ายแรง ทางฝ่ายรักษาโล่งอกกันใหญ่เลยครับ" หมอหนุ่มกล่าวพลางนึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาไม่กี่ชั่วโมง หากมีใครได้รับบาดเจ็บร้ายแรง เช้านี้เค้าคงวุ่นจนไม่มีเวลามาตรวจนายน้อยเป็นแน่


"จะว่าไปไอ้ที่หลุดรอดมาถึงเขตบ้านเราเนี้ย ฝ่ายนั้นไม่น่าพลาด แต่ก็อย่างว่าล่ะนะ ทางนั้นจำนวนมากกว่าเราเกือบเท่าตัว ดีที่สั่งให้ซูม่าอยู่บ้าน น่าจะรอให้ฉันกลับมาจัดการสักตัวสองตัว โทษฐานที่บังอาจเข้าเขตบ้านตระกูลไนท์" มายธัสพูดเสียงเย็น เริ่มแผ่รังสีความโหดออกมาอย่างไม่รู้ตัว


"ซูม่าทำถูกแล้วค่ะ ดีกว่าปล่อยให้หลุดเข้ามาในบ้าน หากมันเข้าไปทำร้ายลูกจะทำยังไงค่ะ" เนสรี่รู้สึกตกใจในตอนแรกแต่ก็โล่งอกเป็นอย่างมาก เมื่อซูม่าจัดการผู้บุกรุกเรียบร้อยโรงเรียนแวมไพร์ เพราะตอนนี้ลูกชายของตัวเองยังไม่แข็งแรง ขืนเจอพวกอีก้าคอนคงสู้ไม่ไหว


"สงสัยเมื่อคืนคงจะเหนื่อยมาก เพราะต้องจัดการคนเดียว เช้ามายังไม่เห็นหน้าเลย หรือว่าพิษจากบาดแผลจะกำเริบ ซีซ่าแวะเข้าไปดูซูม่าหรือยัง น่าเป็นห่วงนะ" เนสรี่หันไปถามพ่อบ้านแวมไพร์ที่ยืนอยู่ข้างๆ พยักหน้าเป็นคำตอบ


"ตอนกลับมา ซูม่ามารายงานกับฉันแล้ว ฉันก็เลยให้ไปพัก แต่ว่าหมอแวะดูซะหน่อยดีกว่า ก็รู้นิสัยเจ้านั้นมันดื้อ เวลาเป็นอะไรก็จะไม่ยอมบอก ไปดูหน่อยแล้วกัน" มายธัสหันไปสั่งหมอโรโร่ด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง


"งั้น ผมขอตัวไปดูซูม่าก่อนดีกว่าครับ เดี๋ยวสักพักจะขึ้นไปตรวจอาการของนายน้อย" โรโร่ลุกขึ้นก้มหัวเคารพผู้เป็นนายทั้งสอง แล้วไปดูบาดแผลของซูม่าน้องชายตัวแสบที่ห้อง


"เหนื่อยไหมค่ะ เดี๋ยวตอนบ่ายต้องไปประชุมอีกใช่ไหมค่ะ" เนสรี่มองตามแผ่นหลังหมอหนุ่มก่อนจะหันมาถามชายผู้เป็นสามีด้วยสายตาเป็นห่วง ตั้งแต่กลับจากปฏิบัติภารกิจเมื่อคืนยังไม่ได้พัก เพราะด้วยความเป็นห่วงลูกชายจะตื่นมาตอนเช้าแล้วไม่พบใคร


"ไม่เป็นไร แค่นี้เอง คุณก็ไปพักเหอะ เดี๋ยวจะไม่สบายไปอีกคนหรอก" มือหนากุมมือเรียวไว้อย่างถนุถนอม พร้อมยกขึ้นจูบเบาๆ เนสรี่จึงยิ้มน้อยๆ เป็นการตอบรับ ก่อนจะลุกไปพักผ่อนตามที่สามีบอก


"คุณก็ควรไปพักนะค่ะ สักนิดก็ยังดี" เนสรี่หันมาบอกสามี แต่ก็คว้ามือแกร่งให้เดินตามไปยังห้องนอนไปอย่างว่าง่าย


......................................



"ไหนๆ คนป่วยที่ยังฝืนสังขารไม่เจียมตัวว่าตัวเองบาดเจ็บ ไปสู้จนแผลฉีก" เสียงนุ่มอบอุ่นแฝงความหมั่นไส้คนอวดดีเอ่ยทักเมื่อหมอโรโร่เข้ามายังห้องนอนน้องชายตัวแสบที่นอนหลับไม่รู้เรื่องรู้ราว


"ใครที่ไหนกัน ชิ!!! มาทำไมเนี้ย" ซูม่าเถียงขึ้นทันควัน ไม่ใช่ว่าเค้านอนหลับไม่รู้เรื่อง แต่เค้ารู้ตัวตั้งแต่โรโร่เปิดประตูเข้ามาแล้ว แต่แกล้งนอนหลับต่อเท่านั้น เพราะไม่อยากเจอพี่ชายที่ชอบกวนโมโหอยู่ตลอดเวลา


"จะใครที่ไหนล่ะ ถ้าไม่ใช่นาย ไหนๆ ขอดูแผลหน่อยสิ เร็วๆ ฉันมีงานต้องไปทำอีก อย่าชักช้า" โรโร่พูดเร่งพร้อมดึงแขนของซูม่าที่ได้รับบาดเจ็บขึ้นมาดู เมื่อเห็นว่าเจ้าตัวดีไม่ยอมให้ดูง่ายๆ แถมเล่นตัวบิดไปบิดมาจนน่ารำคาญ


"โอ๊ย เบาๆ หน่อยสิ เป็นหมอไม่ใช่หรอ มือหนักเป็นบ้า สงสัยจะมีคนไข้ที่ตายก่อนเพราะฝีมือนายเข้าสักวัน" ซูม่าแกล้งทำหน้าเจ็บปวดปานตาย แต่กลับทำให้โรโร่มือหนักเข้าไปอีกด้วยความหมั่นไส้


โรโร่ตรวจดูสภาพแผลที่ตอนนี้เริ่มสมานกันดี แล้วรอยคล่ำของพิษเริ่มจางหายไปบ้าง หมอหนุ่มทายาสีแดงสดเหนียวข้นบนปากแผลอีกครั้ง แล้วพันแผลให้ใหม่


"เอาล่ะ เสร็จแล้ว ฉันจัดยาฝากไว้ที่พ่อนะ อย่าลืมกินล่ะ มันจะช่วยขับพิษได้เร็วขึ้น" โรโร่หันมาสั่งชายหนุ่มที่พยักหน้าเป็นคำตอบ



"แล้วอย่าพึ่งไปหาคีย์ล่ะ แผลยังไม่หายดี ฉันขี้เกียจทำแผลให้ใหม่ เข้าใจไหม" โรโร่สั่งกำชับด้วยน้ำเสียงจริงจัง เพราะคราวที่แล้วที่มาทำแผลให้ แล้วคีย์มาค้างที่บ้านกับเจ้าตัวแสบ พอคีย์กลับไปเท่านั้นแหล่ะ ต้องรีบแจ้นมาให้เค้าทำแผลให้ใหม่ ไม่ต้องบอกว่าเกิดอะไรขึ้นก็รู้ๆ กันอยู่ คิดแล้วก็เหนื่อยใจกับคนไม่เจียมสังขารตัวเอง


"รู้แล้วน่า สั่งอย่างกะเป็นพ่อฉันอีกคนแน่ะ"


"ก็พ่อบอกให้ฉันดูแลนาย ฉันก็ต้องทำหน้าที่ให้สมกับที่เป็นพี่ชายที่แสนดีหน่อยสิ งั้นฉันไปก่อนนะ ต้องไปตรวจนายน้อยก่อน ดูแลตัวเองให้ดีๆ ล่ะ อย่าไปก่อเรื่องอะไรอีก"


"ไปได้แล้ว บ่นอยู่ได้ แต่ก็......ขอบคุณนะ"


"ไม่เป็นไร ก็ฉันเป็นหมอและพี่ของนายนิ" โรโร่พูดด้วยรอยยิ้มอบอุ่นเช่นเคย ในสายตาของเค้ายังเห็นซูม่าเป็นเพียงน้องชายที่แสนซุกซนอยู่เสมอ แม้ตอนนี้จะเป็นแวมไพร์หนุ่มเต็มตัวแล้วก็ตาม


...............................................

Comment

Comment:

Tweet