ตอนพิเศษ 

 

“เก่งชะมัด คนอะไรทั้งเก่งทั้งหล่อ” เสียงคุยโม้อวดตัวเองดังขึ้น เมื่อการสอบเลื่อนขั้นเวทย์ของนักเรียนพ่อมดรุ่นจิ๋ว(แต่ไม่จิ๋วสมชื่อ)ของโรงเรียนคิปินตร้าสิ้นสุดลงพร้อมกับเสียงโห่ร้องดีใจที่เข้าสู่การปิดเทอมเสียที


“หึ!!! หลงตัวเอง ” เสียงเรียบเย็นพูดแทรกขึ้น ทำให้คนฟังต้องหันมาสนใจคนพูดแทบทันที


“พูดแบบนี้นายมีปัญหาอะไรกับฉันรึเปล่า” วูปมาสเดินเข้าไปหาเรื่องคนพูดแทบทันที แม้เค้าจะเป็นคนไม่ชอบหาเรื่องใครก่อน แต่เค้าก็ไม่ชอบให้ใครมาหาเรื่องเค้าเหมือนกัน แค่เค้าถือคติถ้าอยากมีเราจัดให้


“....” คนพูดกลับยืนมองวูปมาสด้วยใบหน้าเรียบเฉยแต่นัยน์ตาสีดำเข้มกลับแฝงไปด้วยความดูถูกแล้วเดินจากไปเสียดื้อๆ ทิ้งให้วูปมาสอารมณ์โมโหค้างปนความหงุดหงิด


“มีเรื่องอะไรกัน นิต้ามีอะไรกับแกหรอ ฉันว่าเราไปฉลองปิดเทอมกันดีกว่า” โทมัสเดินเข้ามาลากวูปมาสที่เป็นทั้งเพื่อนและญาติของตัวเอง เมื่อเห็นว่าเพื่อนตัวยุ่งทำท่าจะร่ายเวทย์ระบายความหงุดหงิด ไม่ได้กลัวพลังเวทย์ของเพื่อนคนนี้เท่าไร แต่คิดเพียงว่าเค้าไม่อยากเปลืองพลังในการช่วยเก็บกวาดห้อง เก็บไปใช้งานอย่างอื่นมันมีประโยชน์มากกว่า

 

 

เด็กหนุ่มผมสีม่วงแกมแดงขยี้ผมไปมาจากที่มันยุ่งอยู่แล้วกลับทำให้ยุ่งไปกว่าเดิม คิ้วหนาขมวดเป็นปม แม้เสียงเพลงในห้องคาราโอเกะจะดังกระหึ่ม กลับไม่ทำให้อารมณ์ดี ร้องเพลงไม่ได้สักเพลงเมื่อในหัวกลับคิดถึงอีกคนที่ทำให้หงุดหงิดไม่หายจนถึงตอนนี้


“นี่...โทมัส นายว่าฉันไปทำอะไรให้หมอนั่นมันหมั่นไส้ว่ะ” วูปมาสหันมาถามโทมัสที่เพิ่งเข้ามานั่งหลังจากถูกเพื่อนๆ รบเร้าให้โชว์เสียงหน้าห้อง


“หมอนั่น หมอไหน?” โทมัสถามพาซื่อ แต่ความจริงก็รู้ว่าหมายถึงใคร


“ก็หมอนั่นไง ก็ไอ้นิต้าไง”


“อ่อ....ไม่รู้สิ ฉันจะไปรู้กับแกหรอว่าไปทำอะไรให้เค้าหมั่นไส้ ก็คิดเองสิว่ะ”


“เอ่อๆๆ คิดเองก็ได้ว่ะ ฉันกลับดีกว่า ไว้เจอกันเปิดเทอมแล้วกัน” วูปมาสพูดจบก็ลุกออกจากห้องทันที

 

“เฮ้!!! รีบไปไหน ไปกับพวกพี่ก่อนไหม เดินคนเดียวไม่เหงาหรือไงจ๊ะ”

“....”

“ไปกับพวกพี่เหอะ เที่ยวคนเดียวไม่สนุกหรอก ไปกันหลายคนเนี้ยสนุกนะ”

“ไม่ ขอตัวก่อนครับ”

“โห แต่พี่ไม่ให้ไป ไปเที่ยวแค่นี้ เล่นตัวอยู่ได้”

 

 

 

วูปมาสพาตัวเองเดินคิดไปเรื่อยเปื่อยระหว่างทางกลับบ้าน เค้ากลับได้ยินเสียงที่เหมือนได้ยินที่ไหนมาก่อนเข้าหู เสียงที่ทำให้เค้าต้องหงุดหงิดไม่หายจนถึงตอนนี้ เมื่อเค้าหันกลับไปดูก็เห็นเด็กหนุ่มผิวขาวบาง ผมสีทองมัดรวบเรียบร้อย อยู่ท่ามกลางกลุ่มชายวัยรุ่นสองสามคนที่เหมือนจะเข้ารุมทำร้าย แต่สีหน้าของคนถูกล้อมกลับเฉยเมยไม่ทุกข์ร้อนใดๆ

 

 

“เฮ้ย!!! จะทำอะไรนะ” วูปมาสคิดว่าเค้าจะไม่ยุ่งเรื่องของชาวบ้านแล้วนะ แต่เค้ากลับเข้าไปยุ่งหาเรื่องเจ็บตัวเองซะงั้น  เพียงแค่เห็นคนที่จะถูกทำร้าย แม้จะรู้ว่าโดนเค้าเหม็นขี้หน้าก็ตาม


“นาย...”


“ก็ฉันนะสิ จะอึ่งอีกนานไหมเนี้ย” วูปมาสกระโดดเข้ามากลางวงเอาตัวเองเข้ากันระหว่างคนสองฝ่าย


“ไอ้น้อง อย่ามายุ่งเรื่องของพวกพี่ จะไปไหนก็ไปไป๊” คนที่จะเป็นหัวหน้าพูดพลางเดินขยับเข้าหาเรื่อง


“เห็นทีคงจะไม่ได้นะพี่” วูปมาสเตรียมพร้อมที่จะร่ายเวทย์ขึ้นโจมตีทันที หากเห็นท่าไม่ดี


“นายไม่เกี่ยว เรื่องของฉัน ฉันจัดการเองได้” นิต้าพูดเถียงขึ้น


“นี่!!! ยังจะมาพูดดีแบบนี้อีก คนมาช่วยยังอวดเก่งอีกหรอ” วูปมาสรู้สึกหงุดหงิดเพิ่มขึ้นอีกเมื่อการเข้ามาช่วยของเค้ากลับเป็นเรื่องไร้ค่าของคนบางคน ทั้งๆ ที่เค้าแอบเห็นแววตาที่สั่นระริกด้วยความกลัวภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยนั้น

 

 

ฉึก!!!!

 

อ๊าคคคค!!!


 

“จะพูดกันอีกนานไหม เสียเวลาพวกพี่หมด” หัวหน้าวัยรุ่นยิ้มเหี้ยม ในมือถือมีดที่อาบไปด้วยเลือดสีแดงสดไหลเป็นทาง


“วูปมาส!!!” ร่างบางร้องเสียงหลง เมื่อคนที่เค้าเถียงด้วยเมื่อครู่ร้องลั่นพร้อมเลือดที่ไหลซึมเป็นทางตรงช่วงท้อง


“โทกิโตมาส!!!” วูปมาสตะโกนร่ายเวทย์โจมตีคนที่ทำร้ายเค้าก่อนจะหันมาฉุดมือคนร่างบางที่ยืนตกตะลึงให้วิ่งหนี


“ตามไป!!!”

 

 

 

“นาย  นายเป็นอะไรมากไหม” นิต้ายืนหอบร้องถามด้วยความเป็นห่วง ตลอดทางที่เค้าโดนลากให้วิ่งมา เค้าเห็นเลือดไหลไม่หยุดของคนตรงหน้า ใบหน้าของคนเจ็บเริ่มซีดจาง


“หนีไป รีบไปสิ พวกนั้นจะตามทันอยู่แล้ว” วูปมาสพยายามหาทางหนีแล้วบอกให้ร่างบางหนี แต่อีกคนกลับส่ายหน้าไม่ยอมขยับขาหนีไปเสียที ไม่ทันเสียแล้ว....

 

 

“ติทิก้า!!!”

 

 

สิ้นเสียงคำร่ายเวทย์ ร่างของชายหนุ่มสามคนกระเด็นไปคนละทิศละทาง สลบไม่มีท่าทีจะฟื้นขึ้นง่ายๆ ร่างบางหันกลับมามองอีกร่างที่นอนไร้สติอยู่กับพื้นที่เย็นเฉียบ รีบวิ่งเข้ากอดร่างตรงหน้าพร้อมน้ำตาที่ไหลไม่หยุด ปากตะโกนเรียกให้คนมาช่วยอย่างกับคนบ้า สลับเรียกชื่อคนในอ้อมกอดให้ลืมตา ทั้งๆ ที่ตัวเองก็สามารถร่ายเวทย์รักษาได้ แต่กลับคิดเวทย์ไม่ออกแม้แต่บทเดียว

 

“ลืมตาสิ ไหนว่าเก่งไง ไอ้บ้าอย่าเป็นอะไรนะ ไม่นะ ช่วยด้วย ช่วยด้วย”

 

 

 

“ไม่เป็นอะไรแล้ว หมอนี่อึดจะตาย นายก็ไปให้หมอตรวจแล้วไปพักเหอะ” โทมัสเดินเข้ามาบอกร่างบางที่กำลังนั่งมองร่างที่ไร้สติบนเตียงคนไข้ มือบางกุมมือคนเจ็บไม่ปล่อย มีคำตอบเพียงการส่ายหน้าปฏิเสธ


“อย่าทำแบบนี้สิ นายก็ได้รับบาดเจ็บนะ ถ้าไม่รีบรักษา จะหายยากนะ แผลจากเวทย์แบบนี้ต้องรีบรักษา” โทมัสเห็นท่าทีร่างบางจะไปยอมไปรักษาจริงๆ จึงหันไปพูดกับหมอพ่อมดเพื่อจับนิต้าไปรักษาอย่างเร่งด่วน

 

 

 

 

“ทำไมต้องมาช่วยฉัน...” เสียงพูดสั่นเบาปนเสียงสะอึกไห้ มือบางกุมมืออีกคนแน่น


“ขอโทษ....ลืมตาขึ้นสักทีสิ” นิต้าตาบวมแดงเพราะร้องไห้เกือบตลอดเวลา พร้อมพร่ำพูดโทษตัวเองตลอดเวลา แม้ทุกคนไม่ว่าจะเป็นโทมัส หรือพ่อแม่ของวูปมาสจะบอกว่าไม่ใช่ความผิดของตัวเค้าเองก็ตาม

 

 

โทมัสรู้สึกได้ถึงพลังเวทย์ที่รุนแรงใกล้บริเวณทางกลับบ้านหลังงานเลี้ยงฉลองปิดเทอม เมื่อเค้าวิ่งไปดูก็พบนิต้ากำลังร้องไห้ตะโกนให้คนช่วยอย่างกับคนบ้า มีอีกคนในอ้อมกอดที่ดูยังไงเหมือนจะเป็นคนรู้จัก แล้วเห็นคนสามคนที่นอนสลบคนละทิศละทาง แค่เห็นก็รู้ว่าเกิดเรื่องขึ้น


“นิต้า เกิดอะไรขึ้น!!!”


“ช่วยด้วย ช่วยวูปมาสด้วย” นิต้าเห็นโทมัสก็รีบลนลานบอกพร้อมน้ำตา โทมัสตกใจทันทีเมื่อว่ารู้อีกคนคือเพื่อนของตน


“ไอ้พวกนั้น วูปมาสโดนแทง เป็นเพราะฉัน....คะ..เค้า”  


“เฮ้!!!” นิต้าพูดไม่ทันจบก็สลบไปทันที โทมัสจึงร่ายเวทย์เคลื่อนย้ายทั้งสองคนไปโรงพยาบาลเวทย์ที่ใกล้ที่สุดทันทีก่อนจะรีบส่งข่าวให้พ่อของเค้าเพื่อจัดการอีกสามคนที่เหลือ แล้วแจ้งลุงกับป้าที่เป็นพ่อแม่ของวูปมาส และพ่อแม่ของริต้าทันที


 

เมื่อนิต้าได้สติ โทมัสจึงสอบถามเรื่องราวได้ความว่านิต้าจะถูกคนพวกนั้นทำร้าย แล้ววูปมาสเข้ามาเห็นจึงเข้าช่วยเหลือ แต่กลับถูกแทงก่อน พอหนีได้แต่กลับไม่ทัน จนเกิดการต่อสู้ขึ้น นิต้ายังตั้งสติสู้ไม่ได้เพราะความกลัว ส่วนวูปมาสสู้พวกนั้นไม่ไหวเพราะบาดเจ็บและแถมพวกนั้นมีพลังเวทย์มากกว่าจนร่างกายรับไม่ไหว ในที่สุดนิต้าสติแตกเมื่อเห็นวูปมาสมีเลือดท่วมตัวสลบไปต่อหน้าต่อตาตะโกนเวทย์จู่โจมสามคนนั้นจนสลบไป

 

 

 

“ขอโทษ ฮือ ฮือ ฮือ ขอโทษ”

“อืม....”

“ขอโทษ”

“ฮือ ฮือ ฮือ”

“นิ...ต้า”

“ขอโทษ”

“นิต้า”

“....”

“นะ....นาย ฟื้นแล้ว หมอ หมอ วูปมาสฟื้นแล้ว” ร่างบางร้องเสียงหลงเรียกหมอให้รีบมาดูเมื่ออยู่ๆ คนบนเตียงก็ลืมตาขึ้นเรียกชื่อเค้า รอยยิ้มพุดบนใบหน้าแต่น้ำตายังไหลไม่หยุด


“นายปลอดภัยใช่ไหม ไม่เจ็บตรงไหนนะ” วูปมาสเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง เมื่อเค้าลืมตาตื่นกลับเห็นคนข้างเตียงร้องไห้จนตาบวม


“ไม่เป็นไร นายต่างหากที่เป็น ขอโทษ ฉันขอโทษ ฮือ ฮือ ฮือ” นิต้าส่ายหน้าบอก พร่ำขอโทษไม่หยุด


“หยุดร้องเถอะ นายไม่ผิดสักหน่อย” มือไร้เรี่ยวแรงยกขึ้นเช็ดน้ำตาบนใบหน้าขาวเบาๆ ส่งรอยยิ้มบางเมื่อรู้ว่าคนตรงหน้าปลอดภัยดี เค้าไม่อยากเห็นน้ำตาของคนๆ นี้อีกแล้ว เสียงขอโทษที่ได้ยินตอนหลับไปนั้นมันช่างทรมาน อยากลืมตาขึ้นปลอบคนพูดให้เลิกโทษตัวเอง อยากกอดคนนั้นๆ ให้หายสั่นกลัวจากเหตุร้าย ไม่รู้มันว่าความรู้สึกนี้เกิดขึ้นมาตอนไหน แต่ที่แน่ๆ เค้ารู้สึกว่าถ้าตื่นมาเค้าอยากกอดคนคนนี้ให้แน่นๆ ไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายได้อีก

.

.

.

.

.

“เอ่อ....ที่รักจ๋า เดินทางไกลเหนื่อยไหม กับข้าวฝีมือป้ารีน่าอร่อยนะว่าไหม” วูปมาสนั่งข้างๆ คนรัก ทำเสียงอ้อนเอาใจ


“มีความผิดแล้วยังจะเปลี่ยนเรื่องอีก” ใบหน้าขาวยังบูดบึ้งด้วยความโกรธ ไม่มีท่าทีจะหายเลยสักนิด


“เค้าขอโทษนะตัวเอง นะ นะ....เค้าผิดไปแล้วอย่าโกรธเค้านะ” ในที่สุดวูปมาสก็ตัดสินใจใช้วิธีอ้อนขอโทษแทน กลัวว่าร่างบางจะโกรธไม่ยอมหาย แต่วูปมาสกลับตกใจเมื่อเห็นคนรักตัวสั่นด้วยความกลัวและกำลังร้องไห้ ร่างแกร่งลนลานกอดร่างบางไว้ในอ้อมอก ทั้งๆ ที่สาบานกับตัวเองไว้แล้วว่าจะไม่ใครทำให้คนข้างกายต้องร้องไห้อีก แต่กลับเป็นตัวเองที่ทำให้ร่างบางต้องร้องไห้

 

 

“นายรู้ไหมว่าฉันแทบบ้า เมื่อรู้ว่านายแอบรับภารกิจคนเดียว ฉันกลัวว่านายจะเป็นอะไร แล้วทิ้งฉันคนเดียวเหมือนครั้งนั้น” นิต้าพูดปนเสียงสะอึกไห้ มือบางทุบอกแกร่งอย่างตัดพ้อ

 

“ขอโทษ ขอโทษ อย่าร้องไห้นะคนดี ฉันไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย เห็นไหม ปลอดภัย ไม่มีบาดแผล ไม่ได้รับบาดเจ็บ หยุดร้องเถอะนะ” วูปมาสขยับกอดปลอบคนในอ้อมกอดแน่นขึ้น ก่อนจะจูบซับน้ำตาบนใบหน้าขาวเนียน แล้วเลื่อนจูบบนหน้าผากเบาๆ ปลอบคนรักให้หายกังวล

 

 

“จะไม่ทำอีกแล้ว สัญญา....”

 

 

........................................................................

 

 

 

 

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

แลดูน่ารักกก ชอบบบบบ😍😘💏

#2 By (119.42.87.15|119.42.87.15) on 2014-11-19 18:24

ชอบๆ

#1 By คนรักยาโอย (223.205.162.238) on 2012-03-22 19:17