P.19




"ป้าครับ เจ้าโทมัสมันหายหัวไปไหนเนี้ย" เสียงนุ่มเป็นเอกลักษณ์ของเด็กหนุ่มคนหนึ่งดังขึ้นจากห้องนอนของลูกชายประจำบ้านพ่อมดตระกูลซี ลานซ์ วูปมาสตะโกนถามผู้เป็นแม่ของโทมัสแถมยังมีศักดิ์เป็นป้าของเค้าด้วย เมื่อเค้ามาค้างที่บ้านหลังนี้หลังจากเสร็จภารกิจ ตัวเค้าเองกำลังอยากคุยกับโทมัสอยู่พอดีทั้งเรื่องที่ต้องขึ้นศาลและเรื่องอื่นๆ อีก ทั้งๆ ที่นัดกันไว้แล้วแต่เจ้าตัวกลับหายหัวไปเสียได้

 
 
"โทมัส ออกไปค้างบ้านนู้นอ่ะจ๊ะ" เสียงหวานนุ่มนวลตอบเด็กหนุ่ม ทั้งๆ ที่ยังง่วนอยู่ในห้องครัว


"บ้านนู้น? บ้านไหนครับ" วูปมาสเดินลงมาจากชั้นบนตรงเข้าไปหาห้องครัว เพราะตอนนี้ท้องของเค้าเริ่มส่งเสียงประท้วงขึ้นมาเรื่อยๆ เนื่องจากเมื่อคืนใช้พลังเวทย์มากไปหน่อย เมื่อนอนหลับเต็มอิ่ม มันก็ต้องตามด้วยอาหารที่จะทำให้ฟื้นพลังอย่างเต็มที่


เด็กหนุ่มร่างสมส่วน ผมยาวสีม่วงแกมแดง ใบหน้าคมเข้ม ใส่แว่นตาสีดำ พาตัวเองเข้ามาในครัวแต่ต้องชะงักฝีเท้าเมื่อเห็นว่ามีใครอีกคนที่หันหลังให้ที่โต๊ะอาหาร เพียงแค่เห็นด้านหลังเท่านั้นวูปมาสแทบจะรีบหันหลังกลับทันที แถมยังรับรู้ได้ถึงความโกรธที่แผ่ออกมาอย่างปิดไม่มิด



"จะรีบไปไหน หิวข้าวไม่ใช่หรอ" เสียงเรียบเย็นถามดังขึ้น เจ้าของเสียงยังคงหันหลังให้เหมือนเดิม น้ำเสียงนั้นทำเอาขนแขนของวูปมาสลุกซู่ เหงื่อตกทันใด เค้าจำต้องชะงักฝีเท้าแล้วหันหลังกลับมาตามเดิม




"นั่นสิจ๊ะ มาเร็ว ป้าเตรียมกับข้าวไว้เยอะเลย" รีน่าเอ่ยทักพร้อมยกอาหารมาเพิ่มบนโต๊ะอีกสองสามอย่าง



"ครับ" เสียงตอบของวูปมาสแทบจะหายไปในลำคอ พยายามฝืนยิ้มให้ผู้เป็นป้า แวปหนึ่งเค้าเห็นนัยน์ตาป้ารีน่าของเค้าฉายแววสนุกออกมาอย่างเห็นได้ชัด


วูปมาสพาตัวเองลงนั่งฝั่งตรงข้ามกับคนร่างบางที่นั่งอยู่ก่อนแล้ว พลางส่งยิ้มหวานไปยังเด็กหนุ่มที่มีผิวขาวเนียน ผมสีทองเป็นประกาย ใบหน้าออกหวานนิดๆ แต่ตอนนี้กลับบึ้งตึง นัยน์ตาสีดำเข้มจ้องมองมายังวูปมาสหากเปรียบเหมือนลูกธนูร่างของเค้าคงพรุนไปทั้งร่าง


"เออ  มาถึงเมื่อไหร่จ๊ะ" วูปมาสพยายามพูดเบาๆ ด้วยน้ำเสียงออดอ้อน มือเรียวขยับไปสะกิดมือบางที่ยังกำแน่นอยู่บนโต๊ะ


"ริต้าเพิ่งมาถึงเมื่อเช้านี้เองจ๊ะ ป้าว่าเราทานกันก่อนดีไหม ส่วนเรื่องอื่นค่อยคุยกันดีกว่าเน๊อะ" รีน่าเห็นว่าหากปล่อยให้คุยกันตอนนี้มีหวังหลานชายของเธอคงไม่ได้กินข้าว คงจะได้กินอย่างอื่นแทน ซึ่งทั้งสองคนก็พยักหน้าตอบด้วยความเกรงใจผู้ใหญ่



หลังจากทานเสร็จรีน่าจึงสั่งให้ทั้งสองไปนั่งเล่นที่ห้องนั่งเล่นแทน ส่วนเธอต้องเก็บกวาดในครัวต่อ แต่ก็ยังแอบกระซิบหลานชายเมื่อเห็นริต้าเดินลับหลังไปแล้ว


"แก้ตัวให้ดีนะ ป้าไม่อยากใช้เวทย์รักษา ไม่ได้ห่วงนะ แต่มันเปลืองพลังของป้าอ่ะ" รีน่าพูดไปยิ้มไป ความจริงแล้วเธอแค่พูดเล่นไม่คิดจริงจัง แต่ก็ทำเอาคนฟังที่ทำหน้าเครียดอยู่แล้วยิ่งเครียดเข้าไปใหญ่


"ป้าครับ ไปอยู่เป็นเพื่อนผมหน่อยสิ น๊านะ" วูปมาสหันมาอ้อนขอความช่วยเหลือ แต่รีน่าได้แต่ส่ายหน้า ทำปากพูดแบบไม่มีเสียงว่า 'ช่วยไม่ได้' วูปมาสจึงสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนก็เดินเข้าไปในห้องนั่งเล่น


...........................................


"เอาล่ะครับ การตรวจร่างกายในวันนี้เป็นวันสุดท้าย สภาพร่างกายแข็งแรงเป็นปกติเหมือนเดิมทุกอย่างแล้วนะครับ แต่อาจจะรู้สึกเจ็บแปล็บๆ ตรงช่วงท้องไปอีก 2-3 วัน แต่ไม่ต้องกังวล เพราะเป็นการปรับสภาพครั้งสุดท้าย และสามารถเดินไปไหนมาไหนได้แล้ว ไม่ต้องนอนพักฟื้นบนเตียงอีกแล้วครับ" หมอหนุ่มโรโร่พูดยิ้มอบอุ่น ขณะตรวจร่างกายให้นายน้อยแวมไพร์ของตน โดยมีพ่อแม่และพ่อบ้านซีซ่านั่งดูอยู่ห่างๆ ภายในห้องเช่นกัน


"ขอบคุณฮ่ะพี่โรโร่ รบกวนนานเลย" มัสซียิ้มขอบคุณให้หมอหนุ่มแวมไพร์ที่ต้องมาตรวจดูอาการเค้าเป็นประจำ


"ไม่เป็นครับ มันเป็นหน้าที่ของหมออย่างผมอยู่แล้วครับ" โรโร่ยิ้มตอบพร้อมก้มหัวเป็นเชิงเคารพ


"หายดีแล้ว ดีใจจังเลย แม่ว่าเอาจัดงานเลี้ยงฉลองกันดีไหมจ๊ะ" เนสรี่บอกลูกชาย เข้าสวมกอดลูกชายอย่างเอ็นดู มัสซีส่งยิ้มให้ ส่วนมายธัสก็หันไปสั่งซีซ่าที่กำลังซับน้ำตาอยู่ข้างๆ ให้จัดเตรียมงานทันที


"งั้นพ่อกับแม่ขอตัวก่อน แล้วเจอกันตอนเย็นนะ" มายธัสหันมาพูดกับลูกชายสุดที่รักพร้อมลูบหัวเบาๆ มัสซีพยักหน้าตอบ



ในห้องเริ่มเงียบอีกครั้งเมื่อทุกคนไปออกไปกันหมด ทิ้งให้มัสซีอยู่ในห้องตามลำพังอีกครั้ง ก่อนที่เค้าจะล้มตัวลงนอนหันหลังให้กับประตู มือบางดึงผ้าห่มผืนหนาคลุมตัวเองไว้ เมื่อความเหงาและความกลัวเริ่มก่อตัวขึ้นภายในใจ แม้ตลอดเวลาที่เค้ารักษาตัวเค้าจะนอนตามลำพังก็ตาม แต่อาจเป็นเพราะฤทธิ์ยา จึงทำให้เค้าหลับอย่างสงบ แต่ตอนนี้มันไม่ใช่ เพราะเค้าไม่ต้องกินยาอีกแล้ว ความรู้สึกนั้นจึงกลับมาจู่โจมเค้าอีกครั้ง


แล้วเค้าก็ได้ยินเสียงเปิดประตูอีกครั้ง และความรู้สึกหยวบยาบบนเตียง


"หายดีแล้วใช่ไหม" เสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้นใกล้หู ทำให้มัสซีหันหน้าไปดูก็พบกับใบหน้าของคนที่นอนกอดเค้าเมื่อคืนอยู่ใกล้มากจนแทบจะแลกลมหายใจ


"นายขึ้นมะ...อื้อ" ไม่ทันที่มัสซีจะพูดอะไร ริมฝีปากหนาก็ประกบริมฝีปากเรียวทันที


ความหวานที่ไม่ได้ลิ้มลองมานาน เพราะมีหลายเรื่องเกิดขึ้น ทำให้โทมัสไม่สามารถอดทนได้อีกต่อไป ลิ้นร้อนตวัดหาความหวานที่เฝ้ารอคอยมานาน ดูเหมือนว่าร่างบางก็ตอบรับเค้าเช่นกันเมื่อมือเรียวโอบคอแแกร่งพยุงตัวเองไว้ พร้อมส่งลิ้นตวัดตอบอีกฝ่ายเช่นกัน



"มัสซี ฉันทนไม่ไหวแล้ว วันนี้ขอได้ไหม" โทมัสพูดเสียงทุ้มนุ่มกระซิบลงข้างหู ก่อนจะก้มซุกใบหน้าลงซอกคอขาว ไม่ได้รอฟังคำตอบเลยสักนิด มือแกร่งสอดเข้าไปใต้เสื้อนอนตัวบาง ลูบไล้หน้าท้องก่อนจะนวดแฟ้นตรงปุ่มสองข้างที่เริ่มแข็งตัวเป็นไต


"อะ อืม" มัสซีได้แต่ตอบด้วยเสียงในลำคอ ความต้องการของทั้งคู่ที่ห่างกันมานาน เมื่อถูกกระตุ้นเพียงน้อย มันยิ่งติดง่ายเหมือนไฟลามทุ่ง ความโหยหาและปรารถนาซึ่งกันและกัน มันยิ่งทำให้บทรักยิ่งร้อนแรง แต่เต็มไปด้วยความสุข ไม่นานภายในห้องที่เงียบกลับมีแต่เสียงครางกระเส่าสลับเสียงหายใจอย่างหนักหน่วงของคนทั้งคู่



...............................


"ให้มันได้อย่างนี้สิ" มายธัสสบถกับตัวเอง เค้าทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาที่มีภรรยาของเค้านั่งจิบน้ำชาอยู่


"อะไรค่ะ ไหนว่าจะไปดูลูกไง แล้วเป็นไงค่ะ" เนสรี่มองชายผู้เป็นสามีอย่างยิ้มๆ เหมือนเธอจะรู้อยู่ก่อนแล้วว่ามีอะไรเกิดขึ้นภายในห้องของลูกชายตัวเอง
 

"จะอะไรอีกล่ะ ก็พอไปถึงนะ เฮ้อ...ช่างเถอะ" มายธัสจะอ้าปากเล่า แต่ก็กระดากปากที่จะพูด เพราะเมื่อเค้าไปถึงหน้าห้องลูกชายแล้วกำลังจะเคาะประตูเข้าไป เค้ากลับไปยินเสียงที่ไม่น่าจะได้ยินเข้า จนต้องเดินกลับมายังห้องนี้ด้วยความหงุดหงิด

 

"เอาน่าคุณปล่อยลูกๆ มั้งสิค่ะ นี่ชายี่ห้อใหม่ค่ะ ซีซ่าบอกว่ารสชาติดีทีเดียว ลองชิมดูหน่อยไหมค่ะ" เนสรี่ส่งยิ้มหวานให้พร้อมยื่นถ้วยชาลายหรูให้สามี มายธัสรับถ้วยชามาจิบแต่ไม่รู้ทำไมเค้าไม่รับรู้รสของชาแม้แต่น้อย เนสรี่ได้แต่ยิ้มน้อยๆ กับความขี้ห่วงลูกชายของผู้เป็นสามีแล้วจิบชาอย่างอารมณ์ดีผิดกับอีกคนที่ดูหงุดหงิดตลอดเวลา



...........................................
 
 
 
สั้นจริงอะไรจริง แถมอัพช้าเหลือเลย
 
หวังว่ายังมีคนตามอ่านอยู่นะค่ะ